ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างความตระหนักรู้และการรับรู้ต่อสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติด ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

รณพงศ์ ไทยแท้

บทคัดย่อ

        การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชน ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม 2) เปรียบเทียบความตระหนักรู้ต่อสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชน ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม 3) เปรียบเทียบการรับรู้ต่อสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม โดยประยุกต์กรอบทฤษฎีเกี่ยวกับความตระหนักรู้ และการับรู้ ระเบียบวิธีวิจัยแบบกึ่งทดลอง วัดสองกลุ่ม ประชากรเป็นอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน จำนวน 215 คน กำหนดสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป G*Power ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 51 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 51 คน เลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบความรู้ และแบบสอบถาม ค่าดัชนีความสอดคล้อง ได้เท่ากับ .72 ค่าความยากง่าย และค่าอำนาจจำแนก ได้เท่ากับ .42 .69 ค่าความเชื่อมั่นเครื่องมือทั้งฉบับ ได้เท่ากับ .794 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการทดสอบ t – test
        ผลการศึกษา พบว่า หลังได้รับโปรแกรม กลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติด ความตระหนักรู้ต่อสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติด และการรับรู้เกี่ยวกับการก่อความรุนแรงสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ไทยแท้ ร. . (2025). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างความตระหนักรู้และการรับรู้ต่อสัญญาณการก่อความรุนแรงผู้ป่วยยาเสพติด ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี. วารสารสุขภาพสตรอง แอนด์ เฮลที้, 1(3), 34–50. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/SAHJ/article/view/3723
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Best, J.W. (1997). Research in Education (3rded.). Eagle Wood Clift, NJ: Prentic Hall.

Buchner, A. 2010. G*Power: Users Guide-Analysis by design. Düsseldorf: Heinrich-Heine-Universitat.

Eckel, R. H., Jakicic, J. M., Ard, J. D., Jesus, J. M., Miller, N. H., Hubbard, V. S., Yanovski,S. Z. (2014).

AHA/ACC Guideline on Lifestyle Management to Reduce Cardiovascular Risk. A Report of the American College of

Cardiology/American Heart Association Task Force on Practice Guidelines. Circulation, 129(25), S76-S99.

Meepradit, K. (2010). Awareness of the value of management and marketing in the modern world., Sripatum University. (in Thai).

นารีรัตน์ จันทะ. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างความตระหนักและการรับรู้ต่อสัญญาณการฆ่าตัวตายในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี.วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 7(3); 78-87

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์.

บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. (2545). การวัดประเมินผลการเรียนรู้. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. (2545). สถิติการศึกษาวัดผล 302. กรุงเทพฯ: ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กลุ่มงานสุขภาพจิต. (2568).ข้อมูลสถิติผู้ป่วยยาเสพติด. สำนักงาน

สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี; ปทุมธานี

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี (2568). ข้อมูลทะเบียนรายชื่ออาสาสมัครสาธารณสุข.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี; ปทุมธานี