ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

Main Article Content

นภาพร พันธ์วัตร
ปณิธาน กระสังข์
จำเนียร วงษ์ศรีแก้ว
ปรัชญกุล ตุลาชม

บทคัดย่อ

        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ 2)ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม ในการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ 3)ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม กับพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ โดยประยุกต์ใช้แนวคิด PRECEDE –PROCEED model สุ่มตัวอย่างเป็นระบบในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 202 คน ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่สร้างขึ้นจากการทบทวนแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ค่าดัชนีความสอดคล้องของเครื่องมือได้เท่ากับ 0.98 ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือทั้งฉบับได้เท่ากับ 0.79 ค่าอำนาจจำแนกได้เท่ากับ 0.54 และค่าความยากง่ายได้เท่ากับ 0.48 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติไคสแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และสเปียร์แมน กำหนดระดับนัยสำคัญ 0.05
        ผลการศึกษา พบว่า 1)พยาบาลวิชาชีพมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกัน การบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานอยู่ในระดับปฏิบัติทุกครั้ง 2) ปัจจัยนำ ได้แก่ ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ปัจจัยเอื้อ ได้แก่ ด้านการได้รับการอบรม ด้านการได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล  มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ด้านนโยบายความปลอดภัยของหน่วยงาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยเสริม ด้านการได้รับการสนับสนุนทางสังคม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 3)อายุ รายได้ ตำแหน่งงาน ความรู้ ด้านการได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ด้านนโยบายของหน่วยงาน ด้านการได้รับการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ประเภทบุคลากร ประสบการณ์การทำงาน ทัศนคติ และด้านการได้รับการอบรม ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พันธ์วัตร น., กระสังข์ ป., วงษ์ศรีแก้ว จ. ., & ตุลาชม ป. (2025). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว. วารสารสุขภาพสตรอง แอนด์ เฮลที้, 1(3), 51–64. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/SAHJ/article/view/3928
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงแรงงาน. (2559). กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559. ราชกิจจานุเบกษา.

เฉลิมพล ตันสกุล. (2541). พฤติกรรมศาสตร์สาธารณสุข. กรุงเทพฯ: ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. คณะสาธารณสุขศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล.

บุญชม ศรีสะอาด. (2549). การวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน .กรุงเทพฯ: สวีริยาสาส์น.

ศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมุทรปราการ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2563). คู่มือการดำเนินงานอาชีวอนามัยสำหรับบุคลากรสุขภาพ. ม.ป.ท.

ศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมุทรปราการ. (2561). สถานการณ์โรคและสิ่งคุกคามสุขภาพบุคลากร. กรมควบคุมโรค. กระทรวงสาธารณสุข. เขาถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/oehdc/

รักษ์สุดา ชูศรีทอง. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชลบุรี .วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว. (2566). รายงานการเฝ้าระวังอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานบุคลากรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ประจำปี 2564–2566. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว.

สุดารัตน์ วิชัยรัมย์. (2552). ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้าง .วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

อรสา ภูพุฒ และคณะ (2562). พฤติกรรมความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากร โรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา . วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.

อัจฉริยาพร พรมมาลุน และ ยุพิน อังสุโรจน์ (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศความปลอดภัย การสนับสนุนทางสังคม การให้ข้อมูลย้อนกลับกับพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารพยาบาลทหารบก, 24 (2); 248–256.

Best, John W. (1970). Research in Education. New Jersey : Prentice hall, lnc.

Green, L. W., & Kreuter. M. W. (2005). Health Program Planning: An Educational and Ecologicul Approuch (4 ed.). New York: McGraw-Hill.

Harris, D. M. & Guten, S. (1979). Health-protective behavior: An exploratory study. Journul of Health and social Behavior, 20(1), 17-29.

World Health Organization. [Online]. (2021). Health of the elderly in South-East Asia: A profile. New Delhi. Retrieved July 15, 2024, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/occupational-health--health-workers.