https://he04.tci-thaijo.org/index.php/hpc8Journal/issue/feed วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที 8 อุดรธานี 2026-05-19T15:27:48+07:00 ดร.ธนิสา อนุญาหงษ์ hpc8journal@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี วารสารมีกำหนดออกเผยแพร่เป็นรายไตรมาส กำหนดการตีพิมพ์ ปีละ 4 ฉบับ มีนโยบายตีพิมพ์บทความวิจัย และบทความวิชาการด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยเปิดรับบทความในสาขาดังต่อไปนี้ การส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการแม่และเด็กปฐมวัย การส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและวัยรุ่น การส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ อนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค</p> <p><strong>กลุ่มเป้าหมาย: </strong>นักวิชาการ นักวิจัย บุคลากรสาธารณสุข นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป </p> <p><strong> ISSN 2985-1696 (Online)</strong></p> https://he04.tci-thaijo.org/index.php/hpc8Journal/article/view/4413 ความชุกของผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองต่อผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการดูแลแบบประคับประคองในหอผู้ป่วยระยะวิกฤติ และหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ ของแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี 2026-04-27T08:53:59+07:00 สุพรรณี สุดสา supanneehematopmk@gmail.com <p>การดูแลแบบประคับประคองเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ช่วยลดความทุกข์ทรมานทั้งจากตัวโรคและจากการรักษาที่ไม่ก่อประโยชน์ สามารถเริ่มการดูแลประคับประคองได้ตั้งแต่เริ่มต้นควบคู่กับการรักษาตัวโรคจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ช่วยให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยในหอผู้ป่วยวิกฤตยังมีการเข้าถึงการดูแลประคับประคองที่น้อยกว่าความต้องการจริง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความชุกของผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการดูแลแบบประคับประคอง ตามเกณฑ์ SPICT Criteria 2022 และความสัมพันธ์ระหว่างการดูแลประคับประคองกับการทำหัตถการแบบรุกราน ในหอผู้ป่วยระยะวิกฤต และหอผู้ป่วยระยะกึ่งวิกฤต ของแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี เป็นการศึกษาการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในวันแรก ณ หอผู้ป่วยระยะวิกฤตและกึ่งวิกฤต แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567 จำนวน 350 ราย เก็บข้อมูลจากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Chi-square test, Fisher’s exact test, Independent t-test หรือ Mann–Whitney U test ตามความเหมาะสม และวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับการดูแลแบบประคับประคองด้วย multivariable logistic regression โดยรายงานค่า odds ratio (OR) และช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p &lt; 0.05</p> <p>ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การดูแลแบบประคับประคองจำนวน 350 ราย มีผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบประคับประคองคิดเป็นร้อยละ 63.4 โดยการดูแลแบบประคับประคองลดโอกาสการรักษาแบบรุกรานได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การใส่ท่อช่วยหายใจ (adjusted OR = 0.15, 95% CI: 0.06–0.39, p &lt; 0.001) การได้ยากระตุ้นหัวใจ (adjusted OR = 0.52, 95% CI: 0.32–0.83, p = 0.004) การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการกดหน้าอก (adjusted OR = 0.26, 95% CI: 0.12–0.56, p &lt; 0.001) และ การรับการบำบัดทดแทนไต (adjusted OR = 0.46, 95% CI: 0.23–0.91, p = 0.025) และเพิ่มโอกาสการได้รับยาระงับปวดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Adjusted OR = 6.95, 95% CI: 2.47–19.53, p &lt; 0.001)</p> <p>สรุปได้ว่าผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การดูแลแบบประคับประคองในหอผู้ป่วยระยะวิกฤตและหอผู้ป่วยระยะกึ่งวิกฤต ได้รับการดูแลแบบประคับประคองค่อนข้างสูง และพบว่าการดูแลแบบประคับประคองช่วยลดการรักษาแบบรุกรานซึ่งสนับสนุนการบูรณาการการดูแลแบบประคับประคอง ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลมาตรฐานในผู้ป่วยระยะท้าย</p> 2026-05-19T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที 8 อุดรธานี