การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดนิ่วในถุงดีที่มีโรคร่วม : กรณีศึกษา 2 ราย

Main Article Content

จินตนา นิ่มพิศุทธิ์

บทคัดย่อ

วััตถุประสงค์: เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัด และมีโรคร่วม
วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาเปรียบเทียบกรณีศึกษา 2 ราย โดยศึกษาประวัติผู้ป่วยจากเวชระเบียนผู้ป่วยใน เปรียบเทียบตามแบบแผนทางด้านสุขภาพ 11 แบบแผนของกอร์ดอน การวิเคราะห์ข้อมูล จากพยาธิสภาพอาการและอาการแสดง การรักษาโดยการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ปัญหาและข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ทั้งในระยะก่อนผ่าตัด หลังผ่าตัด และระยะดูแลต่อเนื่อง รวมถึงการวางแผนจำหน่าย โดยดำเนินการศึกษาในช่วงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ถึง 15 มกราคม 2569
ผลการศึกษา : กรณีศึกษาที่ 1 หญิงไทยอายุ 66 ปี มีประวัติเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไตเรื้อรังระยะที่ 3 รับการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และควบคุมอาการเจ็บป่วยได้ดี มาโรงพยาบาลด้วยอาการปวด จุกเสียดแน่นท้อง คลื่นไส้ไม่อาเจียน เป็นก่อนมาโรงพยาบาล 1 วัน แพทย์วินิจฉัย Acute Cholecystitis ได้รับการผ่าตัด Open Cholecystectomy รวมระยะเวลาผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเป็นเวลา 13 วัน กรณีศึกษาที่ 2 ผู้ป่วยชายไทย อายุ 83 ปี มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจขาดเลือด รับการรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และควบคุมอาการเจ็บป่วยได้ดี มาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้อง เหนื่อย หายใจไม่อิ่ม เป็นก่อนโรงพยาบาลมา 1 ชั่วโมง แพทย์วินิจฉัย Acute Cholecystitis ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด Open Cholecystectomy รวมระยะเวลาผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 16 วัน
สรุป : ผลลัพธ์การพยาบาลเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งด้านความปลอดภัย การฟื้นตัวทางร่างกาย การลดภาวะแทรกซ้อน และความพร้อมก่อนจำหน่าย สะท้อนถึงประสิทธิผลของการพยาบาลแบบองค์รวม และการใช้บทบาทพยาบาลขั้นสูงในการดูแลผู้ป่วยศัลยกรรมสูงอายุที่มีความซับซ้อน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
นิ่มพิศุทธิ์ จ. การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดนิ่วในถุงดีที่มีโรคร่วม : กรณีศึกษา 2 ราย. Med. J. Mukdahan Hosp. [อินเทอร์เน็ต]. 30 มิถุนายน 2026 [อ้างถึง 13 ตุลาคาม 2026];1(1):69-90. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/jmukhos/article/view/5235
ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

Lammert F, Gurusamy K, Ko CW, Miquel JF, Mendez-Sanchez N, Portincasa P, et al. Gallstones. Nat Rev Dis Primers 2. 2016; 16024 https://doi.org/10.1038/nrdp.2016.24

Pisano M, Allievi N, Gurusamy K, Borzellino G, Cimbanassi S, Boerna D, et al. 2020 World Society of Emergency Surgery updated guidelines for the diagnosis and treatment of acute calculus cholecystitis. World Journal of Emergency Surgery,2020; 15:61. https://doi.org/10.1186/s13017-020-00336-x

Stinton LM, Shaffer EA. Epidemiology of gallbladder disease: Cholelithiasis and cancer. Gut and Liver 2012;6(2), 172–187. https://doi.org/10.5009/gnl.2012.6.2.172

Panpimanmas S, Manmee C. Risk factors for gallstone disease in a Thai population. Journal of Epidemiology 2009;19(3):116–121. https://doi.org/10.2188/jea.je20080019

Ko-Iam W, Sandhu T, Paiboonworachat S, Pongchairerks P, Chotorosniramit A, Chotorosniramit N, et al. Predictive factors for a long hospital stay in patients undergoing laparoscopic cholecystectomy. International Journal of Hepatology 2017; 5497936. https://doi.org/10.1155/2017/5497936

โรงพยาบาลมุกดาหาร. สถิติผู้ป่วยผ่าตัดนิ่วในถุงดีที่มีโรคร่วม ปี 2566–2568. มุกดาหาร: โรงพยาบาลมุกดาหาร; 2568.

Gordon M. Manual of nursing diagnosis. 13th ed. Burlington: Jones & Bartlett Learning; 2014

สุปราณี เสนาดิสัย. กระบวนการพยาบาลและการนำไปใช้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย; 2561

อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ และคณะ. การประเมินทางเศรษฐศาสตร์การผ่าตัดผ่านกล้องเปรียบเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดในการรักษานิ่วในถุงน้ำดี [อินเทอเน็ต]; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dms.go.th/backend//Content/Content_File/Research/Attach/25640705131439PM_%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%20MIS%2020210119.pdf

Camilleri M. Bile acid diarrhea: Prevalence, pathogenesis, and therapy. Gut and Liver 2015; 9(3):332–339. https://doi.org/10.5009/gnl1439

Lazarus R S, Folkman S. Stress, appraisal, and coping. New York; Springer; 1984

Hinkle JL, Cheever KH. (2018). Brunner & Suddarth’s textbook of medical-surgical nursing. 14th ed. Pennsylvania: Wolters Kluwer; 2018

จิราพร ค้าแก้ว, สิริพรรณ พัฒนาฤดี, ณัฏฐดา อารีเปี่ยม. การจัดการความปวดของผู้ใหญ่หลังผ่าตัดช่องท้องแผนกศัลยกรรมทั่วไป โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี. ธรรมศาสตร์เวชสาร 2558;15(1):80-91.

Donabedian A. The quality of care: How can it be assessed? JAMA 1988;260(12):1743–1748. https://doi.org/10.1001/jama.260.12.1743

Ljungqvist O, Scott M, Fearon KCH. (). Enhanced recovery after surgery: A review. JAMA Surgery 2017;152(3):292–298. https://doi.org/10.1001/jamasurg.2017.091

Berríos-Torres SI, Umscheid CA, Bratzler DW, Leas B, Stone EC, Kelz RR, et al. Centers for Disease Control and Prevention guideline for the prevention of surgical site infection, 2017. JAMA Surgery 2017;152(8):784–791. doi: 10.1001/jamasurg.2017.0904.

Naylor MD, Aiken LH, Kurtzman ET, Olds DM, Hirschman KB. The importance of transitional care in achieving health reform. Health Affairs 2011;30(4):746–754. https://doi.org/10.1377/hlthaff.2011.0041

Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001