ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิประโยชน์บริการฝากครรภ์ ของหญิงตั้งครรภ์ผู้ประกันตน โรงพยาบาลตรัง
คำสำคัญ:
สิทธิประโยชน์, หญิงตั้งครรภ์, การฝากครรภ์, ผู้ประกันตนบทคัดย่อ
การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการฝากครรภ์อย่างถูกต้องและทันเวลาเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่ต้องใช้ข้อมูลทั้งจากระบบบริการสุขภาพและกองทุนประกันสังคม การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบคะแนนการรับรู้การเข้าถึงบริการชุดสิทธิประโยชน์ ความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ และการรับรู้การนำสิทธิประโยชน์ไปใช้ของหญิงตั้งครรภ์ผู้ประกันตนที่มารับบริการฝากครรภ์ โรงพยาบาลตรัง ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างจำนวน 50 คน เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 คัดเลือกจากประชากรผู้รับบริการ 100 คนตามแนวทางการสุ่มอย่างมีระบบ โปรแกรมประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง ได้แก่ การให้ความรู้เรื่องชุดสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการนำสิทธิประโยชน์ไปใช้อย่างเหมาะสม เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม 2 ตอน ครอบคลุมข้อมูลทั่วไปและผลลัพธ์ 3 ด้าน แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.83 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ paired t-test ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อายุ 25–34 ปี ร้อยละ 62.00 เป็นลูกจ้างหน่วยงานเอกชน ร้อยละ 48.00 และเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ร้อยละ 92.00 ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม คะแนนเฉลี่ยการรับรู้การเข้าถึงบริการชุดสิทธิประโยชน์เพิ่มจาก 2.82 (S.D. = 0.39) เป็น 2.98 (S.D. = 0.14) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .004) และคะแนนความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์เพิ่มจาก 5.32 (S.D. = 2.14) เป็น 9.02 (S.D. = 1.06) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ส่วนคะแนนการรับรู้การนำสิทธิประโยชน์ไปใช้เพิ่มจาก 2.70 (S.D. = 0.54) เป็น 2.82 (S.D. = 0.48) ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .293) ผลการศึกษาชี้ว่า ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรม ผู้เข้าร่วมมีการรับรู้การเข้าถึงบริการและความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ดีขึ้น ขณะที่การนำสิทธิประโยชน์ไปใช้ยังไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงทางสถิติ จึงควรพัฒนาโปรแกรมให้มีการติดตามและสนับสนุนการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
กัญญนัท ริปันโน และนภัชชล รอดเที่ยง. (2567). การพัฒนารูปแบบการเพิ่มอัตราการเข้าถึงบริการชุดสิทธิประโยชน์การสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคที่ส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพผ่าน Telehealth เขตสุขภาพที่ 10. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี, 12(1), 16-31. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/HPC10Journal/article/view/2762
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2567). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ : กระบวนการ ปฏิบัติการ เครื่องมือประเมิน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). ไอดี ออล ดิจิตอล พริ้นท์.
ณัฐพร อุทัยธรรม, นภาภรณ์ เกตุทอง และชณุตพร สมใจ. (2564). ปัจจัยทำนายความรอบรู้ทางด้านสุขภาพหญิงตั้งครรภ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 4(2), 53–65. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/article/view/248402
นทษร อินทรธรรม และเอนก ประดิษฐารมณ์. (2569). การรับรู้สิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 33 ในจังหวัดปราจีนบุรี. วารสารวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม มสธ. (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 6(1), 103–127. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/InnovationStou/article/view/280865
นงเยาว์ สุวานิช, ธณกร ปัญญาใสโสภณ และสาโรจน์ เพชรมณี. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 39(4), 45–54. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/251221
ปิยพรรณ ตระกูลทิพย์, ภารินี หงส์สุวรรณ และวันชนา จีนด้วง. (2568). การเพิ่มอัตราการเข้าถึงบริการชุดสิทธิประโยชน์การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพผ่าน Telehealth เขตสุขภาพที่ 2. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 5(3), e276007. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/276007
โรงพยาบาลตรัง, กลุ่มงานเวชระเบียนและข้อมูลทางการแพทย์. (2567). ข้อมูลสถิติประจำปี 2567. กลุ่มงานเวชระเบียนและข้อมูลทางการแพทย์ โรงพยาบาลตรัง.
วรวรรณ คล้ายนาค และกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2566). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 3(2), 16–31. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/J-PHIN/article/view/261278
ศักดิ์ชัย จันทะแสง. (2568). การคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*POWER. วารสาร Mahidol R2R e-Journal, 12(2), 30-43. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/mur2r/article/view/264621/
สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่. (2565). สิทธิประโยชน์. https://www.sso.go.th/wpr/
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2567). สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค. https://www.nhso.go.th/th/2024-08-22-03-33-6
อภิชัย คุณีพงษ์. (2562). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดปทุมธานี. วารสารกรมการแพทย์, 44(5), 75-80. https://he04.tci-thaijo.org/index.php/jckr/article/view/3099
อรสา ศรีอารีย์กุลชัย และเสาวภา เมืองแก่น. (2566). ความรู้ความเข้าใจต่อสิทธิประโยชน์กองทุน ประกันสังคมของผู้ประกันตนสํานักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร เขต 11. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 1(3), 45–56. https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2128
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Bloom, B. S., Hastings, J. T., & Madaus, G. F. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. McGraw-Hill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.