ประสิทธิผลของรูปแบบการให้บริการเคลือบหลุมร่องฟันในเด็กนักเรียนประถมศึกษา เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

Main Article Content

ผกามาศ แตงอุทัย

บทคัดย่อ

การวิจัยแบบตัดขวางประสิทธิผลของรูปแบบการให้บริการเคลือบหลุมร่องฟันในเด็กนักเรียนประถมศึกษา เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการให้บริการเคลือบหลุมร่องฟันที่มีผลต่อการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องฟัน และศึกษาความชุกการเกิดโรคฟันผุในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ภายหลังการเคลือบหลุมร่องฟันที่ระยะเวลา 1 ปี กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ได้รับการเคลือบหลุมร่องฟันในปี 2566 จำนวนทั้งหมด 255 คน ฟันที่ได้รับการประเมินการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องฟันและตรวจสภาวะฟันผุ จำนวนทั้งหมด 595 ซี่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติไคสแควร์ 


ผลการศึกษา พบว่าการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องฟันระยะเวลา 1 ปี พบการหลุดบางส่วนมากที่สุด ร้อยละ 77.30 รองลงมาเป็นการหลุดทั้งหมด ร้อยละ 14.30 รูปแบบการให้บริการในโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ไม่มีทันตาภิบาลประจำโดยทันตาภิบาลหมุนเวียนมีความสัมพันธ์กับการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องฟันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์การเกิดโรคฟันผุพบว่า มีความสัมพันธ์กับลักษณะการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องฟันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) สำหรับรูปแบบการให้บริการในคลินิกทันตกรรมโรงพยาบาลตะกั่วทุ่งโดยทันตแพทย์ พบการเกิดโรคฟันผุมากที่สุด ร้อยละ 58.70 ดังนั้นควรมีการประเมินติดตามอย่างต่อเนื่องและศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
แตงอุทัย ผ. ประสิทธิผลของรูปแบบการให้บริการเคลือบหลุมร่องฟันในเด็กนักเรียนประถมศึกษา เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา. J. Dis. Prev. Control Integr. Health Sci. [อินเทอร์เน็ต]. 29 เมษายน 2026 [อ้างถึง 4 พฤษภาคม 2026];2(1):67-76. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/JODPCIH/article/view/3910
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย; 2567.

Ahovuo-Saloranta A, Forss H, Walsh T, Nordblad A, Mäkelä M, Worthington HV. Pit and fissure sealants for preventing dental decay in permanent teeth. Cochrane Database Syst. Rev. 2017;7(7):CD001830. doi:10.1002/14651858.CD001830.pub5

Griffin SO, Naavaal S, Scherrer C, Griffin PM, Harris K, Chattopadhyay S. School-based dental sealant programs prevent cavities and are cost-effective. Health Aff. 2016;35(12):2233-40. doi:10.1377/hlthaff.2016.0839

Wright JT, Tampi MP, Graham L, Estrich C, Crall JJ, Fontana M, et al. Sealants for preventing and arresting pit-and-fissure occlusal caries in primary and permanent molars. J. Am. Dent. Assoc. 2016;147(8):631-45. doi:10.1016/j.adaj.2016.06.003

Simonsen RJ. Pit and fissure sealant: review of the literature. Pediatr Dent. 2002;24(5):393-414.

World Health Organization. Oral health surveys: Basic methods. 5th ed. Geneva: World Health Organization; 2018.

วศิน มหาศรานนท์, สุกัญญา เธียรวิวัฒน์, ทรงชัย ฐิตโสมกุล. ประสิทธิผลของการเคลือบหลุมร่องฟันเชิงรุกสามรูปแบบโดยเครือข่ายบริการทันตสุขภาพหาดใหญ่. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2564;15(1):102-15.

กรัณฑชา สุธารา. ประสิทธิผลในการเคลือบหลุมร่องฟันโดยทันตาภิบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจังหวัดเลย. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2558;24(2):229-37.

กิติชัย เพียรวัฒนผล, สุทธิ เจริญพิทักษ์, ดุสิต สุจิรารัตน์, ชนพงษ์ โรจนวรฤทธิ์. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องฟันเพื่อการป้องกันฟันผุตามโครงการ "ยิ้มสดใส เด็กไทยฝันดี" ในนักเรียนชั้นประถมศึกษา จังหวัดนครปฐม. การประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ครั้งที่ 9; 7-8 ธันวาคม 2560; เชียงราย. เชียงราย: สำนักวิชาการวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง; 2560.

Nilchian F, Rodd HD, Robinson PG. The success of fissure sealants placed by dentists and care professionals. Community Dent Health. 2011;28(1):99-110.

วลีรัตน์ ชุมภูปัน. การเปรียบเทียบอัตราการยึดติดของสารเคลือบหลุมร่องพันในช่วงระยะเวลา 6, 12, และ 36 เดือน ในเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร. วิทยาสารทันตสาธารณสุข. 2554;16(2):33-42.

โคสิต อบสุวรรณ. ประสิทธิผลของงานเคลือบหลุมร่องฟันในโครงการยิ้มสดใสเด็กไทยฟันดี. วิทยาสารทันตสาธารณสุข. 2551;13(1):52-62.