ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองโดยการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจ ต่อความรู้ การรับรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกุ้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองโดยการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจ ต่อความรู้ การรับรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเป็นการวิจัยแบบทดลองเบื้องต้น กลุ่มเดียวเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองโดยการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจในกลุ่มประชาชนอายุ 45 - 70 ปี ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกุ้ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 53 คน โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ พฤติกรรมด้านการบริโภคอาหาร พฤติกรรมด้านการออกกำลังกายและการดูแลจิตใจ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และมีค่าความเที่ยง (Cronbach’s alpha) เท่ากับ 0.84 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และสถิติอนุมานด้วยสถิติ Paired samples t-test
ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมด้านการบริโภคอาหารที่ดีในภาพรวมเพิ่มขึ้น ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.69 และ 4.05 ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมด้านการออกกำลังกายและการดูแลจิตใจก่อน (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.60) และหลัง (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.13) เข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มขึ้น เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับไขมันในเลือดพบว่า ค่าเฉลี่ยของไขมันในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) ซึ่งก่อนเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มตัวอย่างมีค่าระดับไขมันในเลือดสูง (160 - 189 mg/dL) ร้อยละ 20.75 และหลังเข้าร่วมโปรแกรมมีค่าระดับไขมันในเลือดดีขึ้น โดยมีค่าระดับไขมันในเลือดระดับสูงลดลงเหลือร้อยละ 7.55
ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจเป็นการสื่อสารสองทางที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ทางการสื่อสารที่ดี เข้าถึงจิตใจของกลุ่มเป้าหมาย และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการดูแลตนเอง สามารถตอบสนองต่อปัญหาทางด้านสุขภาพ ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสุขภาพและป้องกันการเจ็บป่วยให้กับตัวเองและครอบครัว การเปลี่ยนแปลงความรู้และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดีได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช (Office of Disease Prevention and Control Region 11 Nakhon Sri Thammarat)
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช และ บุคคลากรท่านอื่น ๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
ห้ามนำข้อความทั้งหมด หรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสาร
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์การดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs). นนทบุรี: กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค; 2562.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2561 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2561 [สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2568]. แหล่งข้อมูล: http://bps.moph.go.th/new_bps/node/232
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563.
วิชัย เอกพลากร, บรรณาธิการ. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี. ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2570. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี; 2566.
เทอดศักดิ์ เดชคง, บรรณาธิการ; ธิดารัตน์ ทิพโชติ, ผู้เรียบเรียง. แนวปฏิบัติการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ. นนทบุรี: สำนักวิชาการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต; 2565.
เทอดศักดิ์ เดชคง, บรรณาธิการ. คู่มือวิทยากรการสนทนาสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. นนทบุรี: สำนักวิชาการ กรมสุขภาพจิต; 2567.
Miller WR, Rollnick S. Motivational interviewing: helping people change. 3rd ed. New York: Guilford Press; 2013.
Lundahl B, Moleni T, Burke BL, Butters R, Tollefson D, Butler C, et al. Motivational interviewing in medical care settings: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Patient Educ Couns. 2013;93(2):157–68. doi: 10.1016/j.pec.2013.07.012