แรงจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน ที่ส่งผลต่อความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุข ในการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว

Main Article Content

นิเวตร สมดี
ปณิธาน กระสังข์
จำเนียร วงษ์ศรีแก้ว
ปรัชญกุล ตุลาชม

บทคัดย่อ

        การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุขในการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด แรงจูงใจ ปัจจัยค้ำจุนของบุคลากร และความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจ ปัจจัยค้ำจุน กับความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุขในการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจของ เฮอร์เบิร์ก เก็บข้อมูลกับบุคลากรสาธารณสุข จำนวน 169 คน สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของอำเภอเมืองสระแก้ว เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ค่าดัชนีความสอดคล้องของเครื่องมือได้เท่ากับ 0.88 และค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือทั้งฉบับได้เท่ากับ 0.99 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
        ผลการศึกษา พบว่า ความคาดหวังโดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก แรงจูงใจ และปัจจัยค้ำจุนมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก แรงจูงใจ และปัจจัยค้ำจุนมีความสัมพันธ์ทางบวก กับความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุขในการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01   
        หน่วยงาน ต้นสังกัด และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ควรส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การยกย่องเชิดชูเกียรติ การเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการสนับสนุนความก้าวหน้าในสายงาน เพื่อเพิ่มระดับความพร้อมของบุคลากรภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่  รวมถึงควรนำผลการศึกษานี้ไปใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการวางแผนพัฒนาบุคลากร โดยบูรณาการการสร้างแรงจูงใจและการเสริมสร้างปัจจัยค้ำจุนไว้ในแผนพัฒนากำลังคน เพื่อให้การปรับตัวต่อการถ่ายโอนภารกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สมดี น., กระสังข์ ป., วงษ์ศรีแก้ว จ. ., & ตุลาชม ป. (2026). แรงจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน ที่ส่งผลต่อความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุข ในการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว. วารสารสุขภาพสตรอง แอนด์ เฮลที้, 2(2), e4111. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/SAHJ/article/view/4111
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

นิเวตร สมดี, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารสาธารณสุข คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี

นักศึกษา, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี

ปณิธาน กระสังข์, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารสาธารณสุข คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร., หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี

จำเนียร วงษ์ศรีแก้ว, นักวิชาการอิสระ

ดร., นักวิชาการอิสระ

ปรัชญกุล ตุลาชม, นักวิชาการอิสระ

ดร., นักวิชาการอิสระ

เอกสารอ้างอิง

จักรกฤษณ์ วังราษฎร์. (2554). การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข: ความเป็นมา สถานการณ์ และแนวโน้มในอนาคต. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 5(4), 530–538.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 6). สุวีริยาสาสน์.

ชัญญกร ถนอมพันธ์. (2567). แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].

วราภรณ์ สักกะโต และชาญเดช เจริญวิริยะกุล. (2563). ปัจจัยจูงใจและปัจจัยค้ำจุนที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจเข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, 6(2), 127–139.

ศิริพร สกุลพราหมณ์. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(5), 918–929.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2565). การเปลี่ยนแปลงของบุคลากรสาธารณสุขสู่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: รายงานประจำปี. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

Best, J. W. (1997). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.

Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work. John Wiley & Sons.

Win, N. N., & Chotiyaputta, V. (2018). Measuring employee readiness to change: A case study of Company KKC in Myanmar. Panyapiwat Journal, 10(3), 110–124.