การประเมินรูปแบบการจัดบริการปฐมภูมิสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในจังหวัดขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • พิทยา ศรีเมือง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น
  • จรียา ยมศรีเคน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น
  • ฐิติกานต์ เอกทัตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น
  • วรรณศรี แววงาม วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น

คำสำคัญ:

กระบวนการจัดบริการปฐมภูมิ, ระบบสนับสนุนการจัดบริการปฐมภูมิ, คลินิกโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง, เครือข่ายบริการปฐมภูมิ, คลินิกหมอครอบครัว

บทคัดย่อ

บริการสุขภาพปฐมภูมิถือเป็นระบบสำคัญของบริการที่มีคุณภาพเพื่อทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีถ้วนหน้า การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินกระบวนการและระบบสนับสนุนขององค์กร รวมทั้งเปรียบเทียบกระบวนการและระบบสนับสนุนขององค์กรกับพื้นที่อำเภอในการจัดบริการปฐมภูมิแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของหน่วยบริการปฐมภูมิในจังหวัดขอนแก่น โดยเป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางจากกลุ่มตัวอย่างที่เลือกแบบเจาะจงจำนวน 170 คน ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานในและนอกเครือข่ายบริการปฐมภูมิ (primary care cluster: PCC) คลินิกหมอครอบครัวนำร่อง คลินิกผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาล รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองขอนแก่น น้ำพองและอุบลรัตน์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบประเมินกระบวนการและระบบสนับสนุนขององค์กรในการจัดบริการปฐมภูมิแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ผ่านการตรวจสอบความเชื่อถือทางสถิติที่ค่าสัมประสิทธิ์ครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) เท่ากับ 0.84 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ANOVA และ least-significant difference ผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินกระบวนการและระบบสนับสนุนขององค์กรในการจัดบริการของคลินิก NCD ของโรงพยาบาลทั้งภาพรวมจังหวัดและรายอำเภอมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าหน่วยบริการอื่นๆ โดยมิติกระบวนการประกอบด้วย 1) ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและแพทย์ครอบครัวหรือหมอครอบครัว 2) การจัดทำแผนการดูแลรายบุคคลอย่างมีส่วนร่วม 3) การจัดทำระบบข้อมูลการให้การดูแลรักษาผู้ป่วย และ 4) ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการตนเองของผู้ป่วย NCD ส่วนด้านที่เหลืออีก 1 ด้านคือด้านความต่อเนื่องของการดูแลและการเชื่อมประสานนั้น PCC นำร่องมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าคลินิก NCD ของโรงพยาบาล และในมิติระบบสนับสนุนขององค์กรในการจัดบริการประกอบด้วย 1) ทีมหมอครอบครัวและทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลชุมชนในการดูแลผู้ป่วย NCD และ 2) การทำความเข้าใจต่อหลักการจัดบริการ ส่วนอีก 2 ด้านที่เหลือคือด้านความเชื่อมั่นของทีมต่อการมีอิสระที่จะจัดสรรเวลาทำงานให้ผู้ป่วยตามที่ตนเห็นว่าจำเป็นนั้น หน่วยบริการของ PCC อื่นๆ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านการมีกระบวนการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่องนั้น หน่วยบริการที่เป็น PCC นำร่อง PCC อื่นๆ และคลินิก NCD ของโรงพยาบาลมีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน เมื่อพิจารณาเฉพาะมิติระบบการจัดบริการของ PCC นำร่องของทั้ง 3 อำเภอ พบว่า PCC นำร่องของอำเภอน้ำพองและอำเภออุบลรัตน์มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า PCC นำร่องของอำเภอเมือง โดย PCC นำร่องของอำเภอน้ำพองมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2 ด้าน คือ 1) ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและแพทย์ครอบครัว และ 2) ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการตนเองของผู้ป่วย NCD ส่วน PCC นำร่องของอำเภออุบลรัตน์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2 ด้าน คือ 1) การจัดทำแผนการดูแลรายบุคคลอย่างมีส่วนร่วม และ 2) ความต่อเนื่องของการดูแลและการเชื่อมประสาน ส่วนอีก 1 ด้านที่เหลือคือด้านการจัดทำระบบข้อมูลการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยนั้น PCC นำร่องของอำเภอน้ำพองและอำเภออุบลรัตน์มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน จากผลการศึกษานี้ พบว่า ค่าเฉลี่ยของการดำเนินงานในการจัดบริการปฐมภูมิแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ PCC นำร่องยังต่ำกว่าคลินิก NCD ของโรงพยาบาล พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้านทั้ง 3 อำเภอ ยกเว้นด้านปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและแพทย์ครอบครัวหรือหมอครอบครัวซึ่งทั้ง 3 อำเภอไม่แตกต่างกัน การประเมินนี้เริ่มจากรูปแบบที่กำหนดมาจากโครงการกลาง ที่เป็นการประเมินเบื้องต้น อาจต้องอาศัยระยะเวลาของการนำรูปแบบไปปฏิบัติให้มีระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้นและมีการถอดบทเรียนของการนำไปใช้ รวมทั้งปรับปรุงรูปแบบให้มีความเหมาะสมในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ การศึกษานี้อาจมีข้อจำกัด เนื่องจากได้ข้อมูลมาจากความคิดเห็นของผู้ให้บริการฝ่ายเดียว ไม่ได้มีการประเมินความคิดเห็นของผู้รับบริการ รวมทั้งไม่ได้เก็บข้อมูลผลลัพธ์ทางคลินิก จึงเป็นเพียงการสรุปจากข้อมูลส่วนหนึ่งเท่านั้น

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global strategy for health for all by the year 2000. Geneva: World Health Organization; 1981.

World Health Organization. Primary health care: a framework for future strategic directions. Global Report. Geneva: World Health Organization; 2003.

World Health Organization. The world health report 2008: primary health care: now more than ever. Geneva: World Health Organization; 2008.

World Health Organization. A vision for primary health care in the 21st century: towards universal health coverage and the sustainable development goals. Geneva: World Health Organization; 2018.

Strategy and Planning Division, Ministry of Public Health. Thailand health profile 2016-2017. Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2019. (in Thai)

Regulations of the Office of the Prime Minister on Regional Quality of Life B.E. 2561 (2018). (in Thai)

Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560 (2017) s 258. The Government Gazette Volume 134, Section 40 Kor. (in Thai)

Ministry of Public Health. Primary care cluster guideline for health care units. Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2016. (in Thai)

Primary Health Care System Act B.E. 2562 (2019) [internet]. 2019 Apr 26. Available from: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/056/T_0165.PDF. (in Thai)

Porter ME. Value-based health care delivery. Annals of surgery 2008;248(4):503-11.

Berwick DM, Nolan TW, Whittington J. The triple aim: care, health, and cost. Health affairs 2008;27(3):759-69.

Labbenjakul S, Sriyakul D. Primary care cluster: principle, concept, implementation plan and relation to value-based payment. Workshop paper for preparing PCC implementation pilot project. 13-14 June, 2018. (in Thai)

Division of Non Communicable Diseases, Ministry of Public Health. Implementation manual for evaluation of NCD clinic plus 2020. Bangkok: Aksorn Graphic and Design Publishing House; 2020. (in Thai)

Division of Non Communicable Diseases, Ministry of Public Health. Implementation manual for developing service quality of NCD in health promoting hospital 2015. Nonthaburi: Division of Non Communicable Diseases, Ministry of Public Health; 2015 (in Thai)

Public Health Provincial Office. Inspection report: executive summary (Round 1), 8-10 February, 2017. (in Thai)

Simon M, Forgette-Giroux R. A rubric for scoring postsecondary academic skills. Practical Assessment, Research, and Evaluation 2001;7(1):1-4.

World Health Organization. Monitoring the building blocks of health systems: a handbook of indicators and their measurement strategies. Geneva: World Health Organization; 2010.

Sadtrakulwatana V. The development of a chronic diseases clinic model (diabetes, hypertension) in primary health care units, Mueang district, Sing Buri province. Journal of Preventive Medicine Association of Thailand 2018;8(1):24-36. (in Thai)

Kane J, Landes M, Carroll C, Nolen A, Sodhi S. A systematic review of primary care models for non-communicable disease interventions in Sub-Saharan Africa. BMC family practice 2017 Dec 1;18(1):46.

Srivichai W. Survey of health provision by primary care cluster in Tak province: expectation, utilization of health service, and satisfaction of the target patients and caregivers. Burapha Journal of Medicine 2018;5(1):64-82.

Ekman I, Swedberg K, Taft C, Lindseth A, Norberg A, Brink E, et al. Person-centered care-ready for prime time. European Journal of Cardiovascular Nursing 2011;10(4):248-51.

Srithamrongsawas S. Suggestions for primary health care development under Ministry of Public Health. Nonthaburi: Health Systems Research Institute; 2009. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2021

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ศรีเมือง พ, ยมศรีเคน จ, เอกทัตร์ ฐ, แววงาม ว. การประเมินรูปแบบการจัดบริการปฐมภูมิสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในจังหวัดขอนแก่น. J Health Syst Res [อินเทอร์เน็ต]. 30 มิถุนายน 2021 [อ้างถึง 11 กุมภาพันธ์ 2026];15(2):136-54. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/j_hsr/article/view/3513

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ