การพัฒนาขีดความสามารถพยาบาลในการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด โรงพยาบาลแกดำ จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
การฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด, ขีดความสามารถพยาบาล, การพัฒนาบทคัดย่อ
การนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัญหาและขีดความสามารถของพยาบาลในการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด (2) พัฒนาขีดความสามารถพยาบาลในการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด และ (3) ประเมินผลการพัฒนาขีดความสามารถดังกล่าวในโรงพยาบาลแกดำ จังหวัดมหาสารคาม โดยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย 4 ระยะ ได้แก่ ระยะวางแผน ระยะปฏิบัติการ ระยะสังเกตการณ์ และระยะสะท้อนกลับ กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ร่วมพัฒนารูปแบบ จำนวน 15 คน และกลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่เข้าร่วมทดลองปฏิบัติการ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด แบบสอบถามความพึงพอใจ และแนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบแบบจับคู่ (Paired t-test) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการพัฒนา พยาบาลมีข้อจำกัดด้านการนำความรู้ไปใช้จริง ความมั่นใจในการตัดสินใจภายใต้ภาวะฉุกเฉิน การทำงานเป็นทีม และความพร้อมของอุปกรณ์ หลังการพัฒนา พบว่าคะแนนความรู้และทักษะการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิดของพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 พยาบาลมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น สามารถดำเนินการฟื้นคืนชีพได้อย่างเป็นระบบ มีการสื่อสารและการทำงานเป็นทีมที่ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ความพึงพอใจต่อรูปแบบการพัฒนาอยู่ในระดับมาก
สรุปได้ว่า รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถพยาบาลในการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิดที่เน้นการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลอง การฝึกปฏิบัติซ้ำ การสะท้อนคิด และการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพ สามารถยกระดับสมรรถนะ ความมั่นใจ และคุณภาพการดูแลทารกแรกเกิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมต่อการนำไปใช้และขยายผลในโรงพยาบาลชุมชนบริบทใกล้เคียง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2566).รายงานข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545).การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พรรณี ศรีพารา.(2564). ผลของการใช้โปรแกรมการสอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงโดยใช้สถานการณ์จำลองต่อความรู้และทักษะของพยาบาล โรงพยาบาลโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม.วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(1), 26 – 35.
แสงอาทิตย์ วิชัยยา, และคณะ. (2562).การพัฒนาความรู้ของพยาบาลด้วยการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด. วารสารพยาบาลสาร, 47(4), 384 – 395.
สำราญ วิมุตติโกศล. (2565).การพัฒนาสมรรถนะพยาบาลด้านการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด. วารสารพยาบาลศาสตร์, 40(1), 1–12.
ศรีอัมพร ต้วนยี่, และคณะ .(2566). การศึกษาระดับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพทารกแรกเกิด โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 26(2), 69 – 77.
สุพรรณ วงค์ตัน, และคณะ. (2566).ผลของการฝึกสถานการณ์จำลองต่อความมั่นใจและการตอบสนองภาวะฉุกเฉินของพยาบาล. วารสารวิจัยระบบสุขภาพ, 17(3), 233–247.
โรงพยาบาลแกดำ. (2566).รายงานประจำปี ห้องคลอด โรงพยาบาลแกดำ. มหาสารคาม: โรงพยาบาลแกดำ.
Agudelo-Pérez, S., González-López, J. R., & Rodríguez-Gázquez, M. A. (2022). Nurses’ competencies in neonatal resuscitation and associated factors: A systematic review.
Journal of Neonatal Nursing, 28(5), 303–310.Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York, NY: W. H. Freeman.
Hug, L., Alexander, M., You, D., & Alkema, L. (2019).National, regional, and global levels andtrends in neonatal mortality between 1990 and 2017, with scenario-based projectionsto 2030: A systematic analysis. The Lancet Global Health, 7(6), e710–e720.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Victoria: DeakinUniversity Press.
Mayer, B., Et al. (2022).Simulation-based neonatal resuscitation training and clinicalperformance outcomes: A systematic review. Pediatrics, 149(3), e2021054000.
Moshiro, R., Mdoe, P., Perlman, J. M., & Kidanto, H. (2019).Neonatal resuscitation practicesand outcomes in low-resource settings: A review. Seminars in Fetal and Neonatal Medicine, 24(1), 17–24.
World Health Organization. (2024).Newborn mortality. Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.