การพัฒนารูปแบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดงยาง
คำสำคัญ:
การดูแลระยะยาว, ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัญหาการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 2) พัฒนารูปแบบการดูแลระยะยาวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และ 3) ประเมินผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดงยาง จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้สูงอายุจำนวน 482 คน ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 30 คน ผู้ดูแลหลักจำนวน 30 คน และเครือข่ายชุมชน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบประเมิน Barthel ADL แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนาและ Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษา พบว่า 1) ปัญหาการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง พบว่า ผู้สูงอายุร้อยละ 12.13 มีภาวะพึ่งพิง โดยมีคะแนน ADL เฉลี่ยเท่ากับ 8.90 คะแนน อีกทั้งผู้ดูแลขาดความรู้ และระบบบริการยังขาดความต่อเนื่อง 2) ผลการพัฒนารูปแบบ พบว่า รูปแบบทีพัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การกำหนดบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายชุมชน การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแล และการจัดระบบบริการดูแลต่อเนื่อง 3)ผลการ การทดลองใช้รูปแบบ 6 เดือน พบว่า คะแนนความรู้ของผู้ดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) จากค่าเฉลี่ย 8.20 เป็น 13.40 คะแนน และคะแนน ADL ของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) จากค่าเฉลี่ย 8.37 เป็น 11.27 คะแนน โดยผู้ดูแลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด (= 4.57, SD = 0.49) 4) ผลการสะท้อนผล พบว่า รูปแบบช่วยเพิ่มความรู้และความมั่นใจของผู้ดูแล ส่งเสริมการดูแลอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพชุมชน
สรุปได้ว่า รูปแบบการดูแลระยะยาวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถเพิ่มความสามารถในการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ และการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลจะเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการดูแลระยะยาวในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2561). คู่มือ LTC ฉบับสมบูรณ์ ปี 2561. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย.(2560).หลักสูตรการฝึกอบรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว (อสค.)และอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุทั่วไป หลักสูตร 18 ชั่วโมง.นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย.(2563).คู่มือแนวทางการอบรมฟื้นฟู Caregiverหลักสูตร 70 ชั่วโมง (Caregiver ฟื้นฟู 18 ชั่วโมง)นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
กาญจนา พิบูลย และพวงทอง อินใจ.(2562).การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบไปกลับ.วารสารกรมการแพทย์, 44(3), 66 – 74.
จิรานันท์ สุริยะ, และคณะ.(2562).การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุ.พยาบาลสาร, 46(2), 47 – 58.
บุญชม ศรีสะอาด.(2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
บุหลัน สุขเกษม, และคณะ. (2565). รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์สุขภาพชุมชนเขตเมือง อำภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 1(1), 71-83.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดงยาง.(2566). รายงานประจำปีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดงยาง พ.ศ. 2566.มหาสารคาม : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดงยาง.
ศุณาลักษณ์ สุรภักดิ์.(2560). การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม.วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 1(1),29 – 37.
สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระยะกลาง สำหรับผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan). กรุงเทพมหานคร: สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์, และคณะ. (2561). รายงานฉบับสมบูรณ์: โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว (Long-term care) สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ:สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
อังคณา ศรีสุข. (2561). ประสบการณ์ชีวิตของบุตรชายที่เป็นผู้ดูแลบิดา มารดาสูงอายุภาวะพึ่งพิง. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Boots, L. M. M., de Vugt, M. E., van Knippenberg, R. J. M., Kempen, G. I. J. M., & Verhey, F. R. J. (2014). A systematic review of Internet-based supportive interventions for caregivers of patients with dementia. International Journal of Geriatric Psychiatry, 29(4), 331–344.
Chatterji, S., et al. (2015).Health, functioning, and disability in older adults present status andfuture implications. The Lancet, 385(9967).563-575.
Dongli Fang. (2022). The Effect of Household Dependency Ratio on the Mental Healthof Workforce: Evidence From China. Public Health, 10, 1-10.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
World Health Organization. (2015). World report on ageing and health. World Health Organization. https://apps.who.int/iris/handle/10665/186463
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.