ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อดัชนีชี้วัดทางสุขภาพ ในผู้ป่วยติดสุรา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างแรงจูงใจ, การมีส่วนร่วมของครอบครัว, ผู้ป่วยติดสุราบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อดัชนีชี้วัดทางสุขภาพในผู้ป่วยติดสุรา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม
วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 35 คน คัดเลือกโดยการสุ่มอย่างง่าย จากผู้ป่วยโรคติดสุราที่มีคะแนน AUDIT ≥ 20 ในคลินิกเลิกสุรา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินพฤติกรรมการดื่มสุรา แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับโรคติดสุรา และแบบสอบถามความพึงพอใจ โปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อดัชนีชี้วัดทางสุขภาพ ในผู้ป่วยติดสุรา ดำเนินกิจกรรม 8 ครั้ง ภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบ Paired t-test
ผลการศึกษา: ภายหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคติดสุรา (𝑥̅ = 15.16, S.D. = 2.26)สูงขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนการทดลอง (𝑥̅ = 8.94, S.D. = 1.53) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .001 และมีคะแนนพฤติกรรมการดื่มสุราหลังทดลอง( 𝑥̅ = 8.43, S.D. = 1.45) ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนการทดลอง(𝑥̅ = 26.85, S.D. = 4.60) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .001 นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมอยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.43, SD = 0.57)
สรุป : ควรนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการสุขภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และควรมีการติดตามผลระยะยาวเพื่อประเมินความยั่งยืนของผลลัพธ์
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ พวงมาลีประดับ, และคณะ. (2563). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมการดื่มสุรา.วารสารการพยาบาล, 35(2), 45–60.
กัลฐิพร ชัยประทานพงษ์, และ เรืองศิริ ภานุเวศ. (2566). ความชุกของพฤติกรรมการดื่มสุราในประชากรไทย. วารสารสาธารณสุข, 53(1), 12–25.
จิตภัณฑ์ กมลรัตน์. (2562). ผลของโปรแกรมการควบคุมตนเองร่วมกับการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อพฤติกรรมการดื่มสุราในผู้ติดสุรา.วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(2), 47-60.
ธิษณามา โพธิ์งาม. (2560). การพยาบาลผู้ป่วยติดสุรา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผกาทิพย์ สุขจิตร์ และคณะ.(2561). ผลของการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มเพื่อลดพฤติกรรมการดื่มสุราในผู้ติดสุรา.วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 5(1), 32 – 44.
พิมลวรรณ สุดชารี และรุจิรา ดวงสงค์.(2562). ผลของโปรแกรมการป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการประยุกต์ใช้ความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับการสื่อสารด้วย “Facebook” ในนักเรียนระดับประถมศึกษา.วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 12(3), 81-91.
พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์, และคณะ. (2559). แนวทางการดูแลผู้ป่วยสุรา. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต.
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม.(2567).รายงานการบำบัดเลิกสุราของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ปี พ.ศ. 2565–2567.นครพนม : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม.
วิทวัส สุดเพาะ และคณะ.(2566).ประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมเพื่อป้องกันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย.วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน,9(1), 96-107.
สมศรี บุญเมตตา และคณะ.(2567). ผลของโปรแกรมส่งเสริมทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพของคู่สมรสต่อพฤติกรรมการดื่มสุราของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติจากการใช้สุรา.วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 38(1), 60 – 74.
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย.(2562). สถานการณ์และผลกระทบของการดื่มสุราในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร พ.ศ. 2567 กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
อธิบ ตันอารีย์, และพลเทพ วิจิตรคุณากร. (2562). สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ของจังหวัดในประเทศไทย: ข้อมูลการสำรวจ พ.ศ. 2560. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 13(4), 353-367.
อธิบ ตันอารีย์, และพลเทพ วิจิตรคุณากร. (2562). สถานการณ์การดื่มสุราในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.
Ajzen, I., & Madden, T. J. (1986). Prediction of goal directed behavior: Attitudes, intentions, andperceived behavioral control. Journal of Experimental Social Psychology, 22, 453-474.
Bandura, A. 1986. Social foundations of thought and action: A social cognitive theory.Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Bloom, B. S. (1971). Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning.New York: McGraw–Hill.
World Health Organization. (2019). Global status report on alcohol and health 2018.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.