การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลแกดำ
คำสำคัญ:
การวางแผนจำหน่าย, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์และความต้องการ พัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่าย และประเมินผลของรูปแบบการวางแผนจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลแกดำ จังหวัดมหาสารคาม
วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ประกอบด้วย 4 ระยะ ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผล กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ให้ข้อมูล 2)กลุ่มเป้าหมายพัฒนารูปแบบ จำนวน 15 คน 3) กลุ่มผู้รับบริการที่เป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จำนวน 30 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด และแนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t-test วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัย: 1) สถานการณ์ปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดความรู้และทักษะในการดูแลตนเองของผู้ป่วย การขาดบทบาทของผู้ดูแล และระบบการติดตามต่อเนื่องที่ไม่ชัดเจน 2) รูปแบบการวางแผนจำหน่ายที่พัฒนาขึ้นมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินแรกรับ การให้ความรู้ การทบทวนและวางแผนร่วม และการเตรียมจำหน่าย โดยบูรณาการแนวคิด D-METHOD ร่วมกับหลัก 3อ (อาหารดี ออกกำลังกาย อารมณ์ดี) และ 4ส (เลิกสูบ เลิกดื่ม สิ่งแวดล้อมดี สังคมอบอุ่น) ผลลัพธ์หลังการใช้รูปแบบ พบว่า คะแนนความรู้ของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) (= 12.13, SD = 1.50) เมื่อเทียบกับก่อนการทดลอง (
= 8.30, SD = 1.44) และค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) (
= 183.10, SD = 10.05) จากก่อนการทดลอง (
= 297.97, SD = 14.85) นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.63, SD = 0.42) และผลการสนทนากลุ่มสะท้อนว่ารูปแบบดังกล่าวช่วยให้การดูแลมีความเป็นระบบ ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการดูแลตนเองมากขึ้น และช่วยลดการกลับเข้ารักษาซ้ำ
สรุป: รูปแบบการวางแผนจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลแกดำ โดยบูรณาการแนวคิด D-METHOD ร่วมกับหลัก 3 อ 4 ส มีประสิทธิผลในการยกระดับความรู้ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และความพึงพอใจของผู้ป่วย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชนได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ข้อมูลจากฐานข้อมูล Health Data Center (HDC). กรมควบคุมโรค.
กระทรวงสาธารณสุข. (2565). ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD: DM, HT, CVD).กรมการแพทย์.
เกษร บัวขันธ์.(2567). ผลของโปรแกรมวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ โรงพยาบาลคำตากล้า อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร.วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(3), 402 – 409.
ชนิษฐ์นาฏ จุรีมาศ.(2558). ผลของการวางแผนจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลเสลภูมิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 12(2),17–23.
ทรรศนีย์ บัวทอง.(2567). ผลของการวางแผนจำหน่ายต่อการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเอง พฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานงานการพยาบาลผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสวี.วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(3), 258 – 266.
ปิยะนันท์ ศรีทิน.(2566). ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ โรงพยาบาลเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน,8(2), 240–249.
มนฤดี รูปสม และคณะ.(2567). ผลของการพัฒนาโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกน้ำตาลในเลือดสูงเพื่อลดอัตราการกลับมารักษาซ้ำ โรงพยาบาลหนองหาน จังหวัดอุดรธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 349–360.
โรงพยาบาลแกดำ.(2567). รายงานข้อมูลผู้ป่วยใน กลุ่มโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลแกดำ ปี พ.ศ.2566.โรงพยาบาลแกดำ : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม.
สุธิดา หล้าเลิศ และสุคนธ์ทิพย์ อรุณกมลพัฒน์.(2567). ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รักษาในหอผู้ป่วย โรงพยาบาลมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 3(4), 1–15.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม.(2567).นโยบายด้านการสร้างสุขภาพ ด้วยกลไก 3 อ 4 ส มุ่งสู่มหาสารคามจังหวัดสุขภาพดี ปี 2568.
American Diabetes Association. (2024). Standards of care in diabetes—2024. Diabetes Care, 47(Suppl. 1), S1–S321.
International Diabetes Federation. (2021). IDF diabetes atlas (10th ed.). Brussels: IDF.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
World Health Organization. (2022). Diabetes. https://www.who.int/health-topics/diabetes
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.