การพัฒนาแนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูลเพื่อการเบิกค่าบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุขผ่านระบบ Financial Data Hubโรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
คุณภาพข้อมูล, ค่าบริการทางการแพทย์, Financial Data Hubบทคัดย่อ
คุณภาพข้อมูลของผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยบริการสุขภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา พัฒนาแนวทาง และประเมินผลการจัดการคุณภาพข้อมูล สำหรับการเบิกค่าบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขผ่านระบบ Financial Data Hub ใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบปฏิบัติ ( Action Research) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยคณะกรรมการศูนย์จัดเก็บรายได้และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 40 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 ถึงมิถุนายน พ.ศ. 2567 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบวัดความรู้ แบบบันทึกการส่งข้อมูล แบบสังเกตการมีส่วนร่วม และแบบประเมินคุณภาพข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า มีปัญหาทั้งในด้านกระบวนการและผลลัพธ์ แนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การสื่อสารนโยบาย 2) การพัฒนาบุคลากร 3) การพัฒนาระบบการบันทึกและส่งข้อมูล 4) การตรวจสอบและกำกับติดตาม และ 5) การสะท้อนคืนข้อมูล หลังจากดำเนินการพบว่า คะแนนความรู้ของบุคลากรเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 62.50 เป็นร้อยละ 80.68 ความถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลาของข้อมูลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 24.39 เป็นร้อยละ 88.53 มูลค่าการชดเชยค่าบริการเพิ่มจาก 294,466.70 บาท (ม.ค.–มี.ค. 2567) เป็น 6,591,707.13 บาท (เม.ย.–มิ.ย. 2567) โรงพยาบาลได้รับการอนุมัติข้อมูลเป็นอันดับ 1 ของเขตสุขภาพที่ 7
ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า แนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูลที่ได้รับการพัฒนาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกค่าบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ส่งผลให้มีระบบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเพิ่มรายรับที่พึงได้ขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
เอกสารอ้างอิง
กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2567). คู่มือการใช้งานศูนย์กลางข้อมูล ด้านการเงิน (Financial Data Hub) (เวอร์ชันล่าสุด). กระทรวงสาธารณสุข
กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2567, เมษายน 10). Financial Data Hub (FDH) เวปบอร์ดตรวจสอบข้อมูล [เว็บไซต์]. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2567, จาก https://dashboard.manageai.co.th/webview/financialdatahub/overview
วิทยา พลาอาด, และคณะ (2554). ศึกษาปัจจัยที่พยากรณ์คุณภาพข้อมูลในการจัดทำแฟ้มสุขภาพครอบครัว ของหน่วยบริการปฐมภูมิจังหวัดสตูล. วารสารการพยาบาลสาธารณสุข, 25(3), 18–29.
วีระวุธ เพ็งชัย. (2555). การจัดการคุณภาพฐานข้อมูลการให้บริการวัคซีนตามระบบฐานข้อมูล 18 แฟ้มในสถานีอนามัยอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
ศศิธร ไชยสัจ. (2554). การจัดการคุณภาพฐานข้อมูลการจ่ายชดเชยค่าบริการผู้ป่วยในโรงพยาบาลห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2566). หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการขอรับค่าใช้จ่าย [เว็บไซต์]. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2567, จาก https://dhes.moph.go.th/?p=18503
สุมัทนา กลางคาร, วรพจน์ พรหมสัตยพจน์. (2553). หลักการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. คณะสาธารณสุขศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุจรรยา ทั่งทอง. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านสุขภาพ (21 แฟ้ม) ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดขอนแก่น. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 1(3), 37–47.
สุวิทย์ กิริยะ. (2565). กระบวนการพัฒนาคุณภาพข้อมูล และประเมินผลกระบวนการพัฒนาคุณภาพข้อมูลตามมาตรฐานโครงสร้าง 43 แฟ้มของเครือข่ายสุขภาพจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 3(1), 25–37.
อุดมลักษณ์ เวชชพิทักษ์, ศศิพร โลจายะ, พัชรินทร์ นักธรรม. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพข้อมูลสาเหตุการตาย จังหวัดปทุมธานี. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย, 8(2), 247–259.
โอภาส วงศ์ศิลป์. (2563).การพัฒนาคุณภาพข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลลำปาง.วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 9(1), 112–125.
อรรถพงษ์ ดีเสมอ. (2554). การพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพข้อมูลการลงทะเบียนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของหน่วยทะเบียนในจังหวัดสุรินทร์ (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
Kemmis S, McTaggart R. .(1988).The action research planer. 3rd ed. Melbourne : Deakin University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.