พฤติกรรมการจัดการความเครียดและปัจจัยในการทำงานที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุข สังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอในจังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

สุรัตน์ อนันทสุข

บทคัดย่อ

        การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของพฤติกรรมการจัดการความเครียด และปัจจัยในการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุข สังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 204 คน คัดเลือกด้วยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม 54 ข้อ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)
        ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการจัดการความเครียดโดยรวมอยู่ในระดับสูง ( x̄=4.19, S.D.=0.48) ปัจจัยในการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ =3.38, S.D.=0.37) และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก ( x̄=3.83, S.D.=0.50) พฤติกรรมการเผชิญความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหามีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β=0.318, p=0.002) และสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 12.3 ขณะที่ปัจจัยในการทำงานด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในงานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β=0.503, p<0.001) และสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 34.4 
        การส่งเสริมทักษะการจัดการความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหาและการสร้างโอกาสด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในวิชาชีพ เป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุข หน่วยงานควรพัฒนาระบบสนับสนุนบุคลากร การพัฒนาศักยภาพ และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสุขภาพอย่างยั่งยืน              

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อนันทสุข ส. (2026). พฤติกรรมการจัดการความเครียดและปัจจัยในการทำงานที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุข สังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอในจังหวัดปทุมธานี. วารสารสุขภาพสตรอง แอนด์ เฮลที้, 2(3), e5028. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/SAHJ/article/view/5028
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

สุรัตน์ อนันทสุข, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

เอกสารอ้างอิง

กชกร หงษ์ศรีจันทร์ วูลเลย์. (2568). การพัฒนารูปแบบวิธีการลดความเครียดในบุคลากรสาธารณสุขของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 11(4), 26-39.

กรมสุขภาพจิต. (2566). รายงานการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิต ปี 2566. กระทรวงสาธารณสุข. https://dmh-elibrary.org/items/show/1681

กรวิกา มีสามเสน. (2563). พฤติกรรมการจัดการความเครียดและปัจจัยในการทำงานที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

เกริกกฤช เดชอุดม. (2565). ปัจจัยค้ำจุนที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานที่ปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง ด้านงานสำรวจปิโตรเลียมของบริษัทเอกชนต่างชาติ

แห่งหนึ่ง ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร. (การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

งานบุคลากร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี. (2569). ข้อมูลจำนวนบุคลากรสาธารณสุขในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดปทุมธานี ประจำปี 2569. [เอกสารข้อมูลภายใน]. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี.

ชญานิศ จิวมงคลชัย. (2565). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทำงานที่เบี่ยงเบนของพนักงานในธุรกิจตัวแทนรับจัดการ ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ชรินธร จินดา. (2568). ทัศนคติของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ภาควิชาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ.วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 17(1), 1-12

ดรุณี เตื้องวิวัฒน์. (2565). ความเครียดและวิธีเผชิญความเครียดของพยาบาลที่ได้รับการ ฝึกอบรม

การช่วยชีวิตเบื้องต้น ในสถานการณ์ที่เกิดการระบาดของโรคโควิด19: กรณีศึกษาโรงพยาบาลตำรวจ. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน. 9(1), 59-76

ทรงวุฒิ ชนะอุดมสุข และธีระวุธ ธรรมกุล. (2565). ภาวะความเครียด ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ของบุคลากรสาธารณสุข อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี, 20(1), 63-76.

นริศรารัตน์ ศรีฉันทมิตร, ประเชิญ ติยะปัญจนิตย์, และฐนันวริน โฆษิตคณิน. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของธุรกิจทำความสะอาดในกรุงเทพมหานคร. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(1), 97-108.

นิธิภาส พุทธจักร และคณะ. (2568). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดของบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จังหวัดชลบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, 11(2), 141–153.

พิไลภัสสร์ ฉัตรชัยกุลศิริ. (2564). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์สถาบันประสาทวิทยาในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 66(4), 439-454.

แพรววรินทร์ ว่องสุภัคพันธุ์ และคณะ. (2568). ความเครียด ภาวะซึมเศร้า และกลยุทธ์การรับมือของบุคลากรทางการแพทย์เขตสุขภาพที่ 10 ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 42(1), 26-37.

รัตน์นริศ สุวรรณรัตน์ และวีระศักดิ์ เดชอรัญ. (2566). รูปแบบการดำเนินงานตามบทบาทสำนักงานสาธารณสุขอำเภอหลังการกระจายอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข. 3(1), 1-13.

รุจิรา วงศ์วุฒิอักษร. (2565). อิทธิพลของสถานการณ์ความเครียดที่มีต่อการประเมินทางปัญญา

การเผชิญปัญหาเพื่อการเปลี่ยนแปลง การเห็นคุณค่าในตนเอง และความหยุ่นตัวของนิสิตปริญญาตรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สกุลรัตน์ เรืองแสง. (2566). ความเครียดของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจังหวัดปทุมธานีในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา. (งานวิจัยอิสระ),มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สุธาทิพย์ เย็นศิริ, ยาใจ สิทธิมงคล และนพพร ว่องสิริมาศ. (2568). ปัจจัยทำนายภาวะสุขภาพจิตของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19. วารสารสภาการพยาบาล, 40(1), 131-149.

Herzberg, F. (1959) The Motivation to Work. John Wiley & Sons, New York.

Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. New York: Springer.

Peterson, E., & Plowman, E.G. (1989). Business Organization and Management. Homewood, Illinois: Richard D. Irwin