ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุตามหลัก 3อ. 2ส. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียงเครือวัดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, ผู้สูงอายุ, การดูแลตนเอง, 3อ.2ส.บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุตามหลัก 3อ. 2ส. ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียงเครือวัดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้สูงอายุ 60 – 69 ปี โดยใช้สูตรการประมาณค่าสัดส่วน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 60 คน ใช้การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ในผู้สูงอายุแต่ละหมู่บ้าน ดำเนินกิจกรรมใช้โปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ร่วมกับทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามมีทั้งหมด 6 ตอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเชิงอนุมานเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการดำเนินงานของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส. ของผู้สูงอายุ ด้วยสถิติPaired Sample T-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษา พบว่า ผู้สูงอายุเป็นเพศหญิง จำนวน 45 คน ร้อยละ 75.0 และมีอายุเฉลี่ย เท่ากับ 65.23 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.670 และหลังได้รับโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุตามหลักการ 3อ.2ส. มีระดับความรู้เกี่ยวกับ 3อ.2ส.อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 83.3 ทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลตนเองตามหลัก 3อ.2ส. อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 86.7 ความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 70.0 การรับรู้ความสามารถของตนเองอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 83.3 และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส. อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 51.7 และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.001)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://www.tci-thaijo.org/บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร