การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดและยกระดับคุณภาพชีวิตของมารดาหลังคลอดในโรงพยาบาลกมลาไสย

ผู้แต่ง

  • อรนุช นาชัยลาน โรงพยาบาลกมลาไสย

คำสำคัญ:

ภาวะตกเลือดหลังคลอด, มารดาหลังคลอด, คุณภาพชีวิต

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด 2) พัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดและยกระดับคุณภาพชีวิตของมารดาหลังคลอด 3) ประเมินผลการใช้รูปแบบการพยาบาลดังกล่าวในโรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ระยะเวลาเดือนตุลาคม 2567 – มิถุนายน 2568 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ประกอบด้วย แพทย์และพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 7 คน กลุ่มผู้พัฒนารูปแบบ จำนวน 8 คน และกลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดที่ทดลองใช้รูปแบบ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลจากเวชระเบียน แนวคำถามการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเสี่ยงภาวะตกเลือดหลังคลอด แบบบันทึกปริมาณน้ำคาวปลา และแบบสอบถามคุณภาพชีวิตมารดาหลังคลอด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาในการดูแลมารดาหลังคลอด ได้แก่ ข้อจำกัดด้านทรัพยากร อัตรากำลังบุคลากร และการสื่อสารระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์และมารดาหลังคลอดเกี่ยวกับการเฝ้าระวังอาการตกเลือดยังไม่ครอบคลุม 2) รูปแบบการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การคัดกรองความเสี่ยงเชิงรุก แนวปฏิบัติทางคลินิกตามมาตรฐาน ความพร้อมในการจัดการภาวะฉุกเฉิน การส่งเสริมบทบาทครอบครัว และการสื่อสารทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) ภายหลังการใช้รูปแบบการพยาบาล พบว่าปริมาณน้ำคาวปลามารดาหลังคลอดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และคุณภาพชีวิตของมารดาหลังคลอดโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( equation= 4.13, S.D. = 0.42) โดยเฉพาะด้านความสามารถในการดูแลบุตรและการได้รับข้อมูลสนับสนุนจากระบบบริการ

สรุปได้ว่า รูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการดูแลมารดาหลังคลอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะตกเลือด และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมารดาหลังคลอดได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.(2563). สถิติสาธารณสุข พ.ศ.2562.นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปทุมมา กังวานตระกูล, และอ้อยอิ่น อินยาศรี.(2560). การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการตกเลือดในระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอดในห้องคลอด โรงพยาบาลอุดรธานี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 33(2), 121–132.

โรงพยาบาลกมลาไสย.(2567). รายงานห้องคลอดโรงพยาบาลกมลาไสย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567.กาฬสินธุ์ : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์.

วรนุช บุญสอน .(2566).การพัฒนาแนวทางการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดในระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด.วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(2), 205 – 211.

สมทรง บุตรตะ. (2563). การพยาบาลมารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรก: กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 17(3), 185-198.

สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. (2567).รายงานสถานการณ์อนามัยแม่และเด็ก ประเทศไทย พ.ศ. 2566.นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

Carroll, M., Daly, D. and Begley, C.M.(2016). The prevalence of women’s emotional and physical health problems following a postpartum hemorrhage: a systematic review.BMC Pregnancy and Child birth.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner. Victoria : Deakin University Press.

World Health Organization. (2017). WHO recommendations for the prevention and treatment of postpartum hemorrhage. Geneva: WHO.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-05

รูปแบบการอ้างอิง

1.
นาชัยลาน อ. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดและยกระดับคุณภาพชีวิตของมารดาหลังคลอดในโรงพยาบาลกมลาไสย. Acad J Nurse Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 5 พฤษภาคม 2026 [อ้างถึง 11 พฤษภาคม 2026];6(2):ุ6 - 18. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/AJNHS/article/view/4656

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานผลการวิจัย