การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ในโรงพยาบาลยางสีสุราช

ผู้แต่ง

  • อรุณรัตน์ แก้วพะเนาว์ โรงพยาบาลยางสีสุราช

คำสำคัญ:

การพัฒนารูปแบบ, เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ, การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุม การแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพและประเมินรูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุม การแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ในโรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง คือ พยาบาลวิชาชีพ 31 คน ปฏิบัติงานในตึกผู้ป่วยใน ตึกผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉิน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความรู้การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ  แบบบันทึกการสังเกตการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสถิติ Paired t-test วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา

     ผลการวิจัย ได้รูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพคือ SMART Model คือ 1)Standard  แนวปฏิบัติที่ถูกต้องได้มาตรฐาน 2)Method Precaution  วิธีการป้องกันการแพร่กรจายเชื้อ ประกอบด้วย การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน การทำความสะอาดมือ สิ่งแวดล้อม ผ้าเปื้อน  3)Accountability  กำหนดผู้รับผิดชอบ มอบหมายหน้าที่ในแต่ละบทบทาหน้าที่  4) Referral system ระบบการส่งต่อและเฝ้าระวังผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา 5)Technique success การติดตามผลส่งตรวจเพาะเชื้อ การกำกับติดตามนิเทศน์ตามแนวทางปฏิบัติ ประเมินผล พบว่า เจ้าหน้าที่มีความรู้ ความเข้าใจ การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.001 โดยค่าคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 8.20 คะแนน (SD =1.87) เป็น 13.40 คะแนน (SD=1.21) หลังพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53.36 เป็นร้อยละ 85.81 มีความพึงพอใจต่อรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 52.7

เอกสารอ้างอิง

กิตติรัตน์ สวัสดิ์รักษ์ และคณะ. (2558). อุปสรรคและสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. พยาบาลสาร, 42, 25-35.

คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสกลนคร. (2560). รายงานการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล (2558-2560). โรงพยาบาลสกลนคร.

นาตยา ปริกัมศีล และคณะ.(2561). ผลของการใช้โปรแกรมการพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาควบคุมพิเศษต่อความรู้และการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาควบคุมพิเศษของบุคลากรสุขภาพผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาลโพธาราม. วารสารหัวหินสุขใจไกลกังวล, (3), 49-57.

ปิยะฉัตร วิเศษศิริ และคณะ.(2558). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อดื้อยาของบุคลากรพยาบาลแผนกอายุรกรรมในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. พยาบาลสาร, 42(3), 119-134.

ภานุมาศ ภูมาศ และคณะ. (2555). ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย: การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 6(3), 352-360.

วิไลลักษณ์ วงศ์จุลชาติ. (2560). การใช้กลวิธีหลากหลายเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา ในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(3), 411-456.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.

World Health Organization. (2014). Antimicrobial resistance: Global report on surveillance. World Health Organization. https://iris.who.int/handle/10665/112642

World Health Organization. (2019). Ten threats to global health in 2019. https://www.who.int/news-room/spotlight/ten-threats-to-global-health-in-2019

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-27

รูปแบบการอ้างอิง

1.
แก้วพะเนาว์ อ. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ในโรงพยาบาลยางสีสุราช. Acad J Nurse Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 27 กรกฎาคม 2026 [อ้างถึง 31 กรกฎาคม 2026];6(2):59-70. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/AJNHS/article/view/4984

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานผลการวิจัย