การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ้มเลือด ชนิด Heparin โดยใช้แบบประเมิน Heparin Modified Early Warning Signs (HMEWS) ในหออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ โรงพยาบาลมหาสารคาม
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, Heparin, แบบประเมิน HMEWS, หออภิบาลผู้ป่วยหัวใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัญหาในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยา Heparin ในหออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ 2) พัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาละลายลิ้มเลือดโดยใช้แบบประเมิน Heparin Modified Early Warning Signs (HMEWS) กลุ่มผู้เข้าร่วมประกอบด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ จำนวน 10 คน พยาบาลวิชาชีพในหออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ จำนวน 18 คน และผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับยา Heparin จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลทางคลินิก แบบประเมิน HMEWS แบบตรวจสอบการปฏิบัติตามแนวทาง แบบสอบถามความพึงพอใจ และแนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการพัฒนา ยังไม่มีแนวทางการดูแลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนยังไม่เป็นระบบ และการสื่อสารในทีมสหสาขาวิชาชีพยังมีข้อจำกัด ภายหลังการพัฒนารูปแบบ พบว่า รูปแบบการพยาบาลประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงโดยใช้ HMEWS การจัดการดูแลตามระดับความเสี่ยง และการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ผลการนำรูปแบบไปใช้พบว่า การปฏิบัติตามแนวทางอยู่ในระดับสูงมาก โดยรายการส่วนใหญ่มีการปฏิบัติครบถ้วนร้อยละ 100 และพยาบาลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด นอกจากนี้ ผลการสนทนากลุ่มพบว่า HMEWS ช่วยให้การประเมินผู้ป่วยมีความเป็นระบบ สนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก และเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในทีมสหวิชาชีพ
สรุปได้ว่า รูปแบบการพยาบาลโดยใช้แบบประเมิน HMEWS สามารถยกระดับคุณภาพการพยาบาล เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย และมีความเหมาะสมในการนำไปใช้ในหออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ
เอกสารอ้างอิง
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2566). สรุปรายงานการป่วย 2566.นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข.
คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. (2566). บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข. https://ndi.fda.moph.go.th
จิราภรณ์ ชูแสง. (2563). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาล. วารสารการพยาบาล, 69(2), 45-58.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
โรงพยาบาลมหาสารคาม.(2567). รายงานประจำปี 2567 หออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ โรงพยาบาลมหาสารคาม.มหาสารคาม:โรงพยาบาลมหาสารคาม.
แสงรวี มณีศรี .(2559). การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มเฮพาริน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 34(1), 15–20.
เอื้องดอย ตันฑพงศ์ และสุพัตรา ทาอ้อ.(2564).ผลการใช้โปรแกรมการประเมินสัญญาณเตือนภาวะวิกฤตในทารกแรกเกิดในการพยาบาลทารกแรกเกิด สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี.วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 37(3), 76 – 88.
Bahit, M. C., Lopes, R. D., & Pieper, K. S. (2022). Antithrombotic therapy in patients with cardiovascular disease. Journal of the American College of Cardiology, 79(8), 830–844.
Lim, S. H., Tan, E. C., & Goh, S. K. (2025). Improving the safety of heparin usage by standardisation of practice: A multidisciplinary quality improvement project. BMJ Open Quality, 14(1), e002914.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
Schulman, S., Kearon, C., & Kakkar, A. K. (2021). Extended use of dabigatran, warfarin, or placebo in venous thromboembolism. New England Journal of Medicine, 368(8), 709–718
World Health Organization. (2023). Model list of essential medicines.https://www.who.int/publications
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.