การเปรียบเทียบผลการให้ยาเสริมธาตุเหล็กระหว่างให้ยาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และการให้ยาเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ร่วมกับโปรแกรมเสริมโภชนาการต่อภาวะโลหิตจางในทารกอายุ 9 เดือน

ผู้แต่ง

  • ปริญญาพร ไหมแพง กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลหล่มสัก

คำสำคัญ:

ภาวะขาดธาตุเหล็ก, โลหิตจาง, การให้ยาเสริมธาตุเหล็ก, ภาวะขาดธาตุเหล็ก โลหิตจาง การให้ยาเสริมธาตุเหล็ก โปรแกรมโภชนาการ

บทคัดย่อ

บทนำ: ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมปัจจุบันมีการป้องกันภาวะโลหิตจางโดยเสริมธาตุเหล็กรับประทานสัปดาห์ละครั้ง แต่ยังพบว่ามีภาวะโลหิตจางในเด็กไทยสูง

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเปรียบเทียบระหว่างการให้ยาเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง  และการให้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ร่วมกับโปรแกรมเสริมโภชนาการในเด็ก

วิธีการศึกษา: การศึกษานี้เป็นการทดลองและมีกลุ่มควบคุม ทารกอายุ 6 เดือนที่มาเข้ารับบริการที่คลินิกสุขภาพเด็กดี ในเขตอำเภอหล่มสัก  ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 โดยการสุ่มผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยเป็น 3 กลุ่ม ทั้ง 3 กลุ่มจะได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก กลุ่มควบคุมได้รับสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  กลุ่มทดลองกลุ่มที่ 1 สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และกลุ่มทดลองกลุ่มที่ 2 สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ร่วมกับอบรมโปรแกรมเสริมโภชนาการ และติดตามประเมินผลลัพธ์เมื่ออายุ 9 เดือน โดยวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงอนุมานด้วย One way Anova และการเปรียบเทียบภาวะขาดธาตุเหล็กในกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลองทั้ง 2 กลุ่ม ด้วย  Chi-square  test  

ผลการศึกษา: เมื่อสิ้นสุดการศึกษาในทารกอายุ 9 เดือน จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 96 คน (แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับยาเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จำนวน 33 คน, กลุ่มที่ได้รับสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จำนวน 33 คน และกลุ่มที่ได้รับสัปดาห์ละ 1 ครั้งร่วมกับโปรแกรมเสริมโภชนาการ จำนวน 30 คน) พบว่าอุบัติการณ์ของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในกลุ่มทดลองทั้ง 2 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม  ส่วนภาวะขาดธาตุเหล็กอย่างเดียว พบในกลุ่มควบคุมร้อยละ 15.2 และในกลุ่มทดลองในกลุ่มที่ 1 และ 2  ร้อยละ 6.1 และ 3.3 ตามลำดับ ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีค่าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p value < 0.05) เมื่อพิจารณาความชุกรวมของทารกที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กและโลหิตจาง พบว่าในกลุ่มควบคุมมีความชุกสูงถึงร้อยละ 36.4 ในขณะที่กลุ่มทดลองที่ 1 และ 2 พบร้อยละ 18.2 และ 10.0 ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มทดลองที่ 2 (กลุ่มที่ได้รับยาเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1 ครั้งร่วมกับโปรแกรมเสริมโภชนาการ) มีอุบัติการณ์ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p value < 0.05)

สรุป: การให้ยาน้ำเสริมธาตุเหล็กในทารกอายุ 6 เดือน กลุ่มให้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง   และกลุ่มให้สัปดาห์ละครั้ง ร่วมกับอบรมโปรแกรมเสริมโภชนาการมีประสิทธิภาพในการป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็กดีกว่าการให้ยาสัปดาห์ละครั้งอย่างเดียว

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Domellöf M, Braegger C, Campoy C, Colomb V, Decsi T, Fewtrell M, et al. ESPGHAN Committee on nutrition. iron requirements of infants and toddlers. J Pediatr Gastroenterol Nutr. 2014;58:119–292.

Atkins LA, McNaughton SA, Campbell KJ, Szymlek-Gay EA. Iron intakes of Australian infants and toddlers: Findings from the 2011-12 National Nutrition and Physical Activity Survey. Br J Nutr. 2016;115:1778-85.

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือแนวทางการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. กรุงเทพฯ: สำนักโภชนาการ; 2564.

Pongcharoen T, Rojroongwasinkul N, Tuntipopipat S, Winichagoon P, Vongvimetee N, Phanyotha T, et al. South East Asian Nutrition Surveys II (SEANUTS II): Study design and methods. Public Health Nutr. 2024;27:e152.

De-Regil LM, Jefferds ME, Sylvetsky AC, Pena-Rosas JP. Intermittent iron supplementation for improving nutrition and development in children under 12 years of age. Cochrane Database Syst Rev. 2011;(12):CD009085.

Engstrom EM, Castro IR, Portela M, Cardoso LO, Monteiro CA. Effectiveness of daily and weekly iron supplementation in the prevention of anemia in infants. Rev Saude Publica. 2008;42:786-95.

Ermis B, Demirel F, Demircan N, Gurel A. Effects of three different iron supplementations in term healthy infants after 5 months of life. J Trop Pediatr. 2002;48:280-4.

Engle PL, Fernald LCH, Alderman H, Behrman J, O'Gara C, Yousafzai A, et al. Strategies for reducing inequalities and improving developmental outcomes for young children in low-income and middle-income countries. Lancet. 2011;378:1339-53

กมล เผือกเพ็ชร. การคัดกรองภาวะโลหิตจาง. ใน: พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์, วินัดดา ปิยะศิลป์, วันดี นิงสานนท์, ประสบศรี อึ้งถาวร, บรรณาธิการ. Guideline in Child Health Supervision. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย; 2557. หน้า 152-60.

Zhu Z, Tan S, Li S, Wang Y, Zhang X, Chen L, et al. Intermittent iron supplementation combined with dietary advice for infants. Inter J Nutr. 2017;12:325-34.

European Food Safety Authority (EFSA). Scientific Opinion on Dietary Reference Values for iron. EFSA J. 2015;13:4254.

อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ, สุภาพรรณ ตันตราชีวธร และสมโชค คุณสนอง, บรรณาธิการ. คู่มืออาหาร ตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก. กรุงเทพฯ: บริษัท บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำกัด; 2552.หน้า 2-3.

ปิยะ ปุริโส. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กปฐมวัย (อายุ 6 – 72 เดือน) เขตสุขภาพที่ 7. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 2564;44:39-53.

Supapan T, Sirin L. Incidence and risk factors of iron deficiency anemia in term infants. J Med Assoc Thai. 2005;88:45-51.

ชนากาญจน์ อบมาลี. ความชุุกและปัจจัยที่่ความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะโลหิตจางในเด็กอายุ 9 เดือน ที่่ได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละครั้ง. วารสารกุมารเวชศาสตร์. 2565;61:15-23.

นลินี ภัทรากรกุล. ประสิทธิภาพของการให้ยาน้ำเสริมธาตุเหล็กสองรูปแบบในเด็กทารกไทยที่ไม่มีภาวะโลหิตจาง การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม. [อินเทอร์เน็ต]. กรงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา; 2562 [เข้าถึงเมื่อ 2 ก.ย. 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://liblog.dpu.ac.th/analyresource/wp-content/uploads/2010/06/reference08.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ไหมแพง ป. . (2026). การเปรียบเทียบผลการให้ยาเสริมธาตุเหล็กระหว่างให้ยาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และการให้ยาเสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ร่วมกับโปรแกรมเสริมโภชนาการต่อภาวะโลหิตจางในทารกอายุ 9 เดือน. วารสารกุมารเวชศาสตร์, 65(1), 106–120. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/TJP/article/view/3751

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ