ผลของโปรแกรมการส่งเสริมทันตสุขภาพต่อความรู้และการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ในหมู่บ้านคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ
คำสำคัญ:
โปรแกรมการส่งเสริมทันตสุขภาพ ความรู้ในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบ การปฏิบัติตนในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้และการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการส่งเสริมทันตสุขภาพในหมู่บ้านคําพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ คำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยประชากร 2 กลุ่มที่อิสระต่อกัน ได้จำนวน 32 คนต่อกลุ่ม เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.75 และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน (Independent-Samples T-Test) ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบสูงกว่ากลุ่มควบคุม 2.84 คะแนน (95%CI: 2.10 ถึง 3.58) ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p-value = 0.046) นอกจากนี้ยังพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบสูงกว่ากลุ่มควบคุม 9.66 คะแนน (95%CI: 7.76 ถึง 15.54) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001)
ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมการส่งเสริมทันตสุขภาพมีผลสำคัญในการส่งเสริมความรู้และการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบในผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน การให้ความรู้และการส่งเสริมการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพในช่องปากสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคปริทันต์อักเสบ และช่วยเสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีในผู้สูงอายุกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร