ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการสุขาภิบาลอาหาร กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พื้นที่เขตบางเขน
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านโภชนาการ, ความรอบรู้การสุขาภิบาลอาหาร, พฤติกรรมการบริโภคอาหารบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านโภชนาการและการสุขาภิบาลอาหารพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านโภชนาการและการสุขาภิบาลอาหารกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พื้นที่เขตบางเขน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จำนวน 331 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการสุขาภิบาลอาหาร และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 0.83 วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบความสัมพันธ์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านโภชนาการและการสุขาภิบาลอาหารของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.86, S.D. = 1.05) ขณะที่พฤติกรรมการบริโภคอาหารอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 75.53 โดยความรอบรู้ด้านโภชนาการและการสุขาภิบาลอาหารมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แต่ละด้าน ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลโภชนาการ และการสุขาภิบาลอาหาร (r=0.130) การเข้าใจข้อมูลโภชนาการ และการสุขาภิบาลอาหาร (r=0.115) การตรวจสอบข้อมูลโภชนาการ และการสุขาภิบาลอาหาร ( r=0.178) และการตัดสินใจข้อมูลโภชนาการ และการสุขาภิบาลอาหาร (r=0.195) ตามลำดับ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมความรอบรู้ด้านโภชนาการและสุขาภิบาลอาหารในเด็กนักเรียน เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมและสนับสนุนสุขภาพที่ดีในระยะยาว
คำสำคัญ: ความรอบรู้ด้านโภชนาการ, ความรอบรู้การสุขาภิบาลอาหาร, พฤติกรรมการบริโภคอาหาร
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร