ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ต่อสมรรถนะ และพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยที่มีการใส่สายสวนปัสสาวะแบบคาสายที่บ้านสำหรับผู้ดูแล
คำสำคัญ:
โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตน, สมรรถนะการดูแลผู้ป่วย, ความมั่นใจ, พฤติกรรมการดูแล, ผู้ป่วยที่มีการใส่สายสวนปัสสาวะบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ ความมั่นใจ และพฤติกรรมการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะแบบคาสายที่บ้าน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลผู้ป่วยในหอผู้ป่วยในหญิง โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 จำนวน 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1) โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ได้แก่ ประสบการณ์ความสำเร็จ การเรียนรู้จากตัวแบบ การชักจูงทางคำพูด และการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอารมณ์ 2) แบบทดสอบความรู้ และ 3) แบบสอบถามความมั่นใจและพฤติกรรมการดูแล ผ่านการตรวจสอบความตรงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ค่าความสอดคล้องอยู่ระหว่าง .60–1.00 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบความรู้ (KR-20) เท่ากับ .82 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคของแบบสอบถามความมั่นใจและพฤติกรรมการดูแลเท่ากับ .92 และ .93 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติที และ Wilcoxon Signed Ranks Test
ผลการศึกษาพบว่า ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม ฯ กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ 19.83 (SD = 4.11) ความมั่นใจอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.44, SD = 0.91) และพฤติกรรมการดูแลอยู่ในระดับมาก (
= 3.82, SD = 0.86) หลังเข้าร่วมโปรแกรม ฯ พบว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เพิ่มเป็น 24.47 (SD = 0.73) ความมั่นใจอยู่ในระดับมาก (
= 4.16, SD = 0.50) และพฤติกรรมการดูแลอยู่ในระดับมาก (
= 4.42, SD = 0.50) โดยคะแนนเฉลี่ยทั้งสามด้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Catheter-associated urinary tract infections (CAUTI). Atlanta (GA): CDC; 2020. https://www.cdc.gov/infection-control/hcp/cauti/index.html
พารุณี วงษ์ศรี, สดสวย ทองมหา, นิภาพร บุตรสิงห์. ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะในศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2566;3(29):303-18.
กลุ่มงานสุขภาพดิจิทัล โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 จังหวัดกาญจนบุรี. รายงานสถิติประจำปีงบประมาณ 2565-2568. กาญจนบุรี: งานแผนงานและยุทธศาสตร์; 2568.
สุชาญวัชร สมสอน. ผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน. 2566;1(5):45-56. doi:10.57260/stc.2023.636
Kelly T, Ai C, Jung M, Yu K. Catheter-associated urinary tract infections (CAUTIs) and non-CAUTI hospital-onset urinary tract infections: relative burden, cost, outcomes and related hospital-onset bacteremia and fungemia infections. Infect Control Hosp Epidemiol. 2024;45:864-71. doi:10.1017/ice.2024.26
Meridian M. Pathophysiology, treatment, and prevention of catheter-associated urinary tract infection. Top Spinal Cord Inj Rehabil. 2019;25:228-39. doi:10.1310/sci2503-228
จีราวรรณ นามพันธ์, นฤมล เอื้อมณีกูล, สุรินธร กลัมพากร. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงานของผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2563;28(3):41-52. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Nubuu/article/view/246064
ภาณินนุช เณธิชัย. การพัฒนาโปรแกรมการสอนแนะและการพัฒนาทักษะผู้ดูแลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยคาสายสวนปัสสาวะที่บ้าน. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2567;9(1):576-86.
กาญจนา ชวนไชยสิทธิ์, กิตติรัตน์ สัสสติวัดษ์, ศันสนีย์ ชัยบุตร. การพัฒนาระบบการพยาบาลเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่ได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2561;36(1):224-33.
Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: Freeman; 1997.
นงคลักษณ์ วงศ์พนารัตน์, อรอุมา แก้วเกิด, ไพรวัลย์ โคตรตะ. ผลของการใช้โปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อความรู้และทักษะการดูแลของผู้ดูแลผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่บ้าน. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 2567;40(3):1-10.
ทิพวดี สีสุข. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะที่บ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ. ราชาวดีสาร วิทยาลัยบรมราชชนนี สุรินทร์. 2567;14(2):64-77.
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-91. doi:10.3758/BF03193146
Cohen J. Statistical power analysis for behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ, กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือแนวทางการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver): หลักสูตร 70 ชั่วโมง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567). นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
สถาบันบำราศนราดูร, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข. Update IPC Guidelines for Thailand 2024. นนทบุรี: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567:65-74.
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ. กรุงเทพมหานคร: สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย; 2568.
Bloom BS. Human characteristics and school learning. New York: McGraw-Hill Book; 1976.
Best JW, Kahn JV. Research in education. 10th ed. Upper Saddle River (NJ): Pearson Education Inc.; 2006:310-1.
กรกนก บุญประถัมภ์, ดลวิวัฒน์ แสนโสม. ผลของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อพัฒนาสมรรถนะต่อความรู้ ทัศนคติ และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาลวิชาชีพ. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล. 2567;30(1):65-81.
นันทิกานต์ หวังจิ, อมรรัตน์ แสงสุวรรณ์. การพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2563;5(3):40-56.
ชุติมา อินทรศิริ. การส่งเสริมสมรรถนะตนเองของผู้ดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะแบบคาสายเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2564;39(2):45-57.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช เล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยฯ และคณาจารย์ท่านอื่นในวิทยาลัย ฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่อง เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

