Development of care for patients with acute respiratory failure Pa Daet Hospital, Pa Daet District, Chiang Rai Province
Development of Care for Patients with Acute Respiratory Failure at Pa Daet Hospital, Pa Daet District, Chiang Rai Province
Keywords:
Patients with acute respiratory failure, Development of care for patients with acute respiratory failure, Practice guidelineAbstract
This study employed operational research based on the conceptual framework of Kemmis and McTaggart. To develop the care for patients with acute respiratory failure using clinical practice guidelines, and to study the outcomes of implementing the guidelines in the care of patients with acute respiratory failure.
The population and sample consisted of 13 healthcare professionals working in the emergency department of Pa Daet Hospital, selected through purposive sampling and voluntarily participating in the study. Additionally, 20 patients diagnosed with acute respiratory failure and admitted to Pa Daet Hospital between January 1 and April 30, 2025, were included. Data collection utilized validated tools, including individual interview forms, observation checklists for acute respiratory failure care, and staff satisfaction questionnaires regarding the implementation of care guidelines for acute respiratory failure. General data were analyzed using descriptive statistics, including frequency, percentage, mean, and standard deviation. Interview data were analyzed and categorized using content analysis.
Research findings showed that patient preparation prior to referral was fully performed according to guidelines in 90% of cases. However, equipment preparation was incomplete in 75%. Nursing activities prior to referral were fully performed in 60% of cases, while nursing care during transfer was partially completed in 75%. Patient handover was successfully completed in accordance with the guidelines in 100% of cases. Overall, staff satisfaction with the implementation of the acute respiratory failure care guidelines was rated at a high level (= 4.32, SD = 0.47). The findings of this study indicate that the clinical practice guideline for the care of patients with acute respiratory failure can be effectively implemented by nursing personnel, resulting in efficient care without nursing-related complications during the treatment process.
References
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. จำนวนและอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคสำคัญรายปี พ.ศ. 2565. [Internet]. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 ต.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก:https://spd. moph.go.th/wpcontent/uploads/2023/11/Hstatistic65.pdf
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. คู่มือแนวทางการพัฒนาระบบรับส่งต่อผู้ป่วย. [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2562 [เข้าถึงเมื่อ 10 ต.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก:https://drive.google.com/drive/folders /1rsEM1PeLGU1CaX-SdLgKtGVgyjEwOdVv
พรทิพย์ เนตรแสงศร. ประสิทธิผลของการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลนาแห้ว จังหวัดเลย. [Internet]. เลย: สำนักงานเขตสุขภาพที่ 10; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 10 ต.ค. 2567]. 1–28. เข้าถึงได้จาก: https://healthregion10.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/12/ประสิทธิผลของการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลนาแห้ว-จังหวัดเลย.pdf
จีรานันท์ ชูช่วย, ธัญมา หลายพัฒน์. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์. วารสารสหศาสตร์. 2566;23(2):128-41.
อรสา เอี่ยมสม. การพยาบาลผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่มีภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันร่วมกับภาวะช็อก: กรณีศึกษา. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี. 2566;32(2):C44-C54.
โรงพยาบาลป่าแดด. สรุปผลการดำเนินงานโรงพยาบาล ปีงบประมาณ 2566. เชียงราย: โรงพยาบาลป่าแดด; 2566. หน้า 10.
Kemmis S, McTaggart R. The Action Research Planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University; 1988. p. 59–66.
มะลิวรรณ อังคณิตย์, เรวดี สมทรัพย์, บุษบา วงค์พิมล. รูปแบบการพัฒนาคุณภาพระบบบริการพยาบาลโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มงานวิจัยและพัฒนาการพยาบาล โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2563;38(1):107-17.
ทิพวรรณ์ กระถินทองกุล, เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย, เนตรชนก ศรีทุมมา. ผลของโปรแกรมการบริหารแบบมีส่วนร่วมต่อการใช้แนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยแผลกดทับของพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิแห่งหนึ่ง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา. 2564;14(4):50-63.
โรงพยาบาลเวียงเชียงรุ้ง. แนวปฏิบัติทางการพยาบาลการส่งต่อผู้ป่วยภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน. เชียงราย: โรงพยาบาลเวียงเชียงรุ้ง; 2567. หน้า 1-17.
Likert, R. (1967). “The Method of Constructing and Attitude Scale,” in Attitude Theory and Measurement. P.90-95.
พรรณวิไล ตั้งกุลพานิชย์, ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา. หลักการซักประวัติและตรวจร่างกายในภาวะฉุกเฉิน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563. หน้า 19-81.
จีรวรรณ์ ศิริมนตรี, ขนิษฐา ฮุงหวน, ทัศนีย์ แดขุนทด. ประสิทธิผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโควิด–19 ในหอผู้ป่วยวิกฤตโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2567;27(3):1-12.
บุญชื่น อิ่มมาก, ปทิตตา นึกเว้น, สุนิตษา คณะเจริญ, ธณิดา หอมจีน. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการจัดท่านอนคว่ำในผู้ป่วยกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน โรงพยาบาลราชวิถี. วชิรสารการพยาบาล. 2565;24(1):162-71.
วาสนา วันชา, ชิดกมล สุดชา, เบญจวรรณ สวัสดิผล. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดในระยะ2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):275-86.
ชลธิดา จินดากุล, ชญาภา เยยโพธิ์. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. 2567;8(15):92-107.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 Chiang Rai Provincial Health Office

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และบุคลากรท่านอื่น ในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว