จริยธรรมในการตีพิมพ์ Publication Ethics

จริยธรรมในการตีพิมพ์ (Publication Ethics)

วารสารสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีนโยบายและการดำเนินการเพื่อให้การตีพิมพ์เผยแพร่บทความทางวิชาการ สามารถสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการเป็นไปอย่างถูกต้อง มีคุณภาพ โปร่งใส โดยมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์สูงสุด ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

✒️ บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Duties of Authors)

  1. การส่งบทความ: ผู้นิพนธ์ต้องรับรองผลงานว่าเป็นผลงานใหม่ที่ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะที่ใดมาก่อน ไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ หรือเตรียมนำเสนอเพื่อพิจารณาเผยแพร่ในวารสารฉบับอื่น
  2. ความถูกต้องของข้อมูล: ผู้นิพนธ์จะต้องนำเสนอรายงานข้อมูลที่เป็นจริงที่เกิดจากการทำวิจัย โดยไม่บิดเบือนข้อมูลหรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ
  3. จริยธรรมการวิจัย: ผู้นิพนธ์ต้องแสดงเอกสารใบรับรองจริยธรรมการวิจัย หากบทความมีการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยในมนุษย์ตามเงื่อนไขของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  4. การคัดลอกผลงาน: ผู้นิพนธ์ต้องไม่คัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) หากมีการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบในบทความ จะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้องและปรากฏอยู่ในรายการอ้างอิงท้ายบทความ
  5. รูปแบบบทความ: บทความที่ส่งตีพิมพ์จะต้องจัดรูปแบบตามเกณฑ์ของวารสารที่กำหนดไว้ในคำแนะนำสำหรับผู้แต่งอย่างเคร่งครัด
  6. สิทธิ์ความเป็นผู้แต่ง: ชื่อผู้นิพนธ์ที่ปรากฏในบทความต้องเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในผลงานวิชาการนี้จริง โดยผู้ร่วมวิจัย (Co-authors) ทุกคนต้องให้ความยินยอมและรับทราบการส่งบทความนี้มายังวารสารฯ

📖 บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการ (Duties of Editors)

  1. กระบวนการประเมิน: บรรณาธิการทำหน้าที่รับบทความและจัดกระบวนการประเมินพิจารณาบทความในรูปแบบ Double-blind Review เพื่อความโปร่งใสและถูกต้องตามหลักวิชาการ
  2. การตรวจสอบคุณภาพ: พิจารณาคุณภาพของบทความที่ส่งเข้ามาทุกฉบับ โดยประเมินเนื้อหาบทความให้สอดคล้องกับเป้าหมายและขอบเขตของวารสาร รวมถึงความครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเข้าสู่กระบวนการถัดไป
  3. ผลประโยชน์ทับซ้อน: บรรณาธิการต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่นำบทความไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจหรือนำไปเป็นผลงานทางวิชาการของตนเอง
  4. การรักษาความลับ: บรรณาธิการจะไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ของผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ตลอดช่วงเวลาการประเมินและการตีพิมพ์
  5. ความโปร่งใสในข้อมูล: บรรณาธิการต้องไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบทความรวมถึงผลประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ และไม่ปิดกั้นหรือแทรกแซงการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นิพนธ์
  6. การตรวจคัดลอกผลงาน: ตรวจสอบการคัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) อย่างจริงจังโดยใช้ระบบและโปรแกรมที่เชื่อถือได้
  7. การระงับการประเมิน: หากตรวจพบการคัดลอกผลงานในระหว่างกระบวนการประเมิน บรรณาธิการจะระงับกระบวนการทันที และติดต่อผู้นิพนธ์หลักเพื่อขอคำชี้แจงประกอบการพิจารณาตอบรับหรือปฏิเสธการตีพิมพ์
  8. การปฏิบัติตามขั้นตอน: บรรณาธิการต้องปฏิบัติตามกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ของวารสารอย่างเคร่งครัด
  9. การพัฒนาคุณภาพ: บรรณาธิการต้องรักษามาตรฐานของวารสาร พัฒนาวารสารให้มีคุณภาพและมีความทันสมัยอยู่เสมอ

🔬 บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Duties of Reviewers)

  1. ความเชี่ยวชาญและความเป็นกลาง: ผู้ประเมินควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนเชี่ยวชาญ พิจารณาความสำคัญของเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คุณภาพของการวิเคราะห์ และไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลวิชาการรองรับมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน
  2. การรักษาความลับ: ผู้ประเมินจะไม่เปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ของบทความที่ส่งมาประเมินแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาการประเมิน
  3. ความเป็นอิสระ: ผู้ประเมินต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ (เช่น เป็นผู้ร่วมวิจัย หรือมีความสัมพันธ์อื่น ๆ) ที่จะทำให้ไม่สามารถประเมินและให้ข้อเสนอแนะได้อย่างอิสระ
  4. ไม่แสวงหาผลประโยชน์: ผู้ประเมินต้องไม่นำผลงานทางวิชาการที่ตนเองได้ทำการประเมินไปใช้ประโยชน์ส่วนตน
  5. ความรู้ความเข้าใจ: ผู้ประเมินต้องตระหนักว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของผลงานวิชาการที่รับประเมินอย่างแท้จริง
  6. การแจ้งเบาะแส: หากผู้ประเมินตรวจพบว่าบทความที่รับประเมินมีการคัดลอกผลงานชิ้นอื่น ผู้ประเมินสามารถเสนอปฏิเสธการตีพิมพ์และต้องแจ้งให้กองบรรณาธิการทราบทันที
  7. ตรงต่อเวลา: ผู้ประเมินต้องรักษาระยะเวลาในการประเมินตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
🛡️ นโยบายจริยธรรมการทดลองในงานวิจัย (Research Integrity Policy)
  • การวิจัยในมนุษย์: บทความจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยในมนุษย์ ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์จากสถาบันที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานการวิจัยในคน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรมและกฎหมายสากล
  • การวิจัยในสัตว์ทดลอง: บทความจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยในสัตว์ทดลอง ต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจรรยาบรรณการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558