วารสารสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คำแนะนำในการส่งบทความวิจัยหรือบทความวิชาการ
เพื่อการตีพิมพ์ในวารสารสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

วารสารสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ยินดีรับบทความวิชาการและบทความวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข โดยบทความที่ส่งมาเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ต้องไม่เคยได้รับการเผยแพร่ในวารสารใดมาก่อน และไมู่อยู่ในระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ของวารสารอื่น บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสารฉบับนี้จะต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบันต่อหนึ่งบทความ (เกณฑ์ผ่านการพิจารณาคือ 2 ใน 3 ท่าน) โดยวิธีประเมินแบบไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (Double-blind Review) ทั้งนี้ กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขต้นฉบับและการพิจารณาตีพิมพ์ตามลำดับก่อนหลัง

เพื่อให้การตีพิมพ์บทความวิจัยหรือบทความวิชาการในวารสารสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีมาตรฐานระดับสากล และบังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้นิพนธ์และวงการวิชาการ ทางกองบรรณาธิการจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และคำแนะนำในการจัดเตรียมต้นฉบับดังต่อไปนี้

📌 ส่วนแรกของบทความ (First Section)

  1. ชื่อบทความ (Title): ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรเป็นชื่อที่สั้น กะทัดรัด ได้ใจความชัดเจน ตรงกับวัตถุประสงค์และเนื้อเรื่อง
  2. ชื่อผู้นิพนธ์ทุกท่าน (Authors): ไม่ต้องใส่คำนำหน้านามและตำแหน่งทางวิชาการ พร้อมระบุสถานที่ทำงาน/ต้นสังกัดให้ครบถ้วน และกำกับด้วยตัวเลขยกที่ส่วนท้ายของนามสกุล
  3. ผู้นิพนธ์รับผิดชอบบทความ (Corresponding Author): ให้ระบุที่อยู่ติดต่อ หรือ Email address พร้อมทำเครื่องหมายดอกจัน (*) ตัวยกไว้ที่ส่วนท้ายของนามสกุล
  4. บทคัดย่อ (Abstract): เขียนเป็นร้อยแก้วเฉพาะเนื้อหาสำคัญ ให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ ผลการศึกษา และการวิจารณ์หรือข้อเสนอแนะอย่างย่อ ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ความยาวไม่เกิน 300 คำ)
  5. คำสำคัญ (Keywords): ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรเลือกคำที่เกี่ยวข้องกับบทความโดยตรงประมาณ 3 – 5 คำ โดยคำสำคัญของทั้งสองภาษาต้องมีความหมายตรงกัน
  6. บทความจากวิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์: ให้ใส่ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาต่อจากชื่อนักศึกษา และระบุต้นสังกัดไว้ด้านล่างของคำสำคัญ (Keywords) โดยใส่เลขตัวยกไว้ด้านหน้าสถานะอาจารย์ที่ปรึกษา

📝 โครงสร้างส่วนเนื้อหา (Content Structure)

สำหรับบทความวิจัย เนื้อหาควรเรียงลำดับหัวข้อดังนี้:

1. บทนำ (Introduction)
2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
3. ขอบเขตของการวิจัย
4. กรอบแนวคิดและสมมติฐาน
5. การทบทวนวรรณกรรม
6. วิธีดำเนินการวิจัย*
7. ผลการวิจัย (มีภาพ/ตารางได้)
8. สรุป อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ
9. เอกสารอ้างอิง (Vancouver)

*หมายเหตุ: วิธีดำเนินการวิจัย ต้องระบุวิธีการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และระยะเวลาในการเก็บข้อมูลให้ชัดเจน

📏 การจัดรูปแบบส่งต้นฉบับ (Format Specifications)

ต้นฉบับเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ใช้รูปแบบอักษร TH SarabunPSK ตลอดทั้งบทความ จัดพิมพ์ลงบนหน้ากระดาษขนาด B5 (7.17" × 10.12") ระยะขอบ: บน 1", ล่าง 0.75", ซ้าย(ภายใน) 0.75", ขวา(ภายนอก) 0.75" ความยาวรวมประมาณ 10 – 15 หน้า จัดขนาดตัวอักษรดังนี้:

องค์ประกอบบทความ ขนาดอักษร (Font Size) การจัดตำแหน่ง (Alignment)
ชื่อบทความ (ไทย-อังกฤษ) 18 (ตัวหนา) ชิดขอบขวา
ชื่อผู้นิพนธ์ / อาจารย์ที่ปรึกษา 16 (ตัวหนา) ชิดขอบขวา
รายละเอียดต้นสังกัด/ผู้นิพนธ์ 12 (ตัวปกติ) ชิดขอบขวา
หัวข้อหลัก 14 (ตัวหนา) กึ่งกลางหน้ากระดาษ
หัวข้อรอง 14 (ตัวปกติ) ชิดขอบซ้าย
เนื้อเรื่องภายในบทความ 14 (ตัวปกติ) กระจายแบบ Thai Distribute
ชื่อตารางประกอบ 14 (ตัวปกติ) ชิดขอบซ้าย
ชื่อภาพประกอบ 14 (ตัวปกติ) กึ่งกลางหน้ากระดาษ
หัวข้อเอกสารอ้างอิง (ภาษาไทย) 14 (ตัวหนา) กึ่งกลางหน้ากระดาษ
รายการเอกสารอ้างอิงท้ายเล่ม 14 (ตัวปกติ) ชิดขอบซ้าย

📖 การเขียนเอกสารอ้างอิงระบบแวนคูเวอร์ (Vancouver Style)

ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบในความถูกต้องของเอกสารอ้างอิงทั้งหมด การอ้างอิงให้ใช้ลำดับหมายเลข โดยใช้หมายเลข 1 สำหรับเอกสารอ้างอิงอันดับแรกในเนื้อหาและเรียงต่อไปตามลำดับ หากต้องการอ้างอิงซ้ำให้ใช้หมายเลขเดิม โดยมีเกณฑ์แยกตามประเภทดังนี้:

🔹 1. การอ้างอิงบทความจากวารสาร (Journal Article)

รูปแบบ: ลำดับที่ ชื่อผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง. ชื่อวารสาร ปีที่พิมพ์; ปีที่(ฉบับที่): เลขหน้าแรก-หน้าสุดท้าย.

  • วารสารสากล: ใช้นามสกุลขึ้นก่อน ตามด้วยอักษรย่อของชื่อ ชื่อวารสารใช้ตัวย่อตามระบบ Index Medicus
  • วารสารภาษาไทย: ใช้ชื่อเต็ม ตามด้วยนามสกุล และชื่อวารสารใช้ตัวเต็ม
  • *กรณีผู้แต่งไม่เกิน 6 คน ให้ใส่ทุกคน (คั่นด้วยจุลภาค) หากมี 7 คนขึ้นไป ให้ใส่ 3 คนแรกแล้วตามด้วย et al. หรือ และคณะ
[ตัวอย่างสากล] 1. Muangsapaya W, Winichagoon P, Fucharoen S, Pootrakul P, Wasi P. Improved Technique for detecting intraerythrocytic inclusion bodies in thalassemia trait. J Med Assoc Thai 1985;68(1):43-5.
[ตัวอย่างไทย] 2. รุ่งทิวา พุขุนทด, ธีร์ กาญจนะ, พัชรี ยิ้มเชิญ และคณะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความเครียดของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2564;14(3):115-25.
🔹 2. การอ้างอิงหนังสือหรือตำรา (Book / Monograph)

รูปแบบอ้างอิงทั้งเล่ม: ลำดับที่. ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์.

[ตัวอย่าง] 1. Richard EB, Victon CV. Nelson Textbook of Pediatrics. 12th ed. Philadelphia: W.B. Saunders; 1987.
[ตัวอย่าง] 2. สมศักดิ์ นวลแก้ว. เภสัชกรรมแผนไทยประยุกต์. พิมพ์ครั้งที่ 8. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะเภสัชศาสตร์; 2563.

รูปแบบอ้างอิงเฉพาะบางบทในหนังสือ: ลำดับที่. ชื่อผู้แต่งบทความ. ชื่อเรื่องย่อย. ใน: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์. เลขหน้าแรก-หน้าสุดท้าย.

[ตัวอย่าง] 1. Wood WG. Hemoglobin Analysis. In: Weatheral DJ, ed. The thalassemias. New York: Churchill Livingstone; 1983 p. 31-53.
[ตัวอย่าง] 2. สุขิต เผ่าสวัสดิ์. ระบาดวิทยาของเด็กตายคลอด. ใน: สุขิต เผ่าสวัสดิ์, บรรณาธิการ. เด็กตายคลอด. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2531. หน้า 1-32.
🔹 3. บทความวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journal / DOI / PMID)

รูปแบบทั่วไป: ลำดับที่ ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร [อินเทอร์เน็ต/Internet]. ปีที่พิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ/cited วัน เดือน ปี]; เล่มที่: เลขหน้าแรก-หน้าสุดท้าย. เข้าถึงได้จาก/Available from: http://.........

[ตัวอย่าง E-Journal] 1. Annas GJ. Resurrection of a stem-cell funding barrier-Dickey-Wicker in court. N Engl J Med [Internet]. 2010 [cited 2011 Jun 15]; 363: 1687-9. Available from: http://www.nejm.org/doi/pdf/10.1056/NEJMp1010466
[ตัวอย่าง E-Journal ไทย] 2. นาตยา อังคนาวิน. ผลของการใช้สตีเวียและมอลทิทอลต่อสมบัติทางเคมี-กายภาพการทดสอบประสาทสัมผัสคุณค่าทางโภชนาการและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของเชอร์เบทหม่อน. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 16 ส.ค. 2563];11(22):78-90. เข้าถึงได้จาก: http://ejournals.swu.ac.th/index.php/SWUJournal/article/view/12118/10268

บทความระบบที่มี DOI หรือ PubMed (PMID): ใส่รหัสต่อท้ายต่อจากหน้าหน้าสุดท้าย

[ตัวอย่างมี DOI] 1. Zhang M, Holman C, Price S, Sanfilippo F, Preen D, Bulsara M. Comorbidity and repeat admission to hospital for adverse drug reactions in older adults: retrospective cohort study. BMJ 2009;338:a2752. doi: 10.1136/bmj.a2752.
[ตัวอย่างมี PMID] 2. Williams J, Brown S and Conlin P. Videos in clinical medicine. Blood-pressure measurement. N Engl J Med. 2009 Jan 29;360(5):e6. PMID: 19179309.
🔹 4. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์และเอกสารทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต (E-Book & Online Monograph)

รูปแบบ E-Book: ลำดับที่ ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ [อินเทอร์เน็ต/Internet]. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ/cited วัน เดือน ปี]. เข้าถึงได้จาก/Available from: http://.........

[ตัวอย่าง E-Book] 1. Barrett KE. Gastrointestinal physiology [Internet]. 2nd ed. New York: McGraw-Hill; 2014 [cited 2014 Oct 24]. Available from: http://www.accessmedicine.mhmedical.com

รูปแบบเอกสารทั่วไปบนเว็บ: ลำดับที่ ชื่อผู้แต่ง หรือชื่อหน่วยงาน. ชื่อเรื่อง. [อินเทอร์เน็ต]. เมือง: ชื่อหน่วยงาน; ปีที่เผยแพร่ [เข้าถึงเมื่อ วัน เดือน ปี]. เข้าถึงได้จาก: http://.........

[ตัวอย่าง Web] 1. ณัฎฐวิภา เข้มแข็ง. การใช้ยาไอโลพรอส (Iloprost) เพื่อช่วยในการทดสอบผู้ป่วยที่มีภาวะความดันของหลอดเลือดในปอดสูงในห้องตรวจส่วนหัวใจ: บทคัดย่อ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย; 2553 [เข้าถึงเมื่อ 15 มี.ค. 2557]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaipediatrics.org/detail_journal.php?_id=122

🛡️ หลักเกณฑ์การพิจารณาบทความเพื่อขอรับการตีพิมพ์

  • ผลงานที่ส่งเข้ามาต้องเป็นบทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ไม่เคยตีพิมพ์แพร่ในวารสารใดมาก่อน และไมู่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของวารสารอื่น
  • ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่านต่อหนึ่งบทความ (เกณฑ์ผ่าน 2 ใน 3 ท่าน) ในระบบ Double-blind Review กองบรรณาธิการจะส่งผลให้ผู้นิพนธ์ปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์
  • บทความต้องเป็นผลงานที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
  • วารสารมีนโยบายตรวจสอบการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) ผ่านระบบ ThaiJO (TCI) โดยต้องมีเปอร์เซ็นต์ความคล้ายคลึงไม่เกิน 10% และจะตรวจสอบซ้ำด้วยระบบ Turnitin ซึ่งกำหนดความคล้ายคลึงไม่เกิน 30% (ยกเว้นแหล่งข้อมูลที่น้อยกว่า 5%) โดยจะแจ้งผลตรวจให้ผู้นิพนธ์ทราบทางอีเมล
⚠️ หมายเหตุสำคัญ

กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้นตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ข้างต้นอย่างเคร่งครัด หากบทความต้นฉบับและเอกสารอ้างอิงของท่านไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่วารสารกำหนด จะไม่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น (Desk Reject) ทันที