ผลการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงในสตรีที่ได้รับการวินิจฉัย เป็นการแท้งคุกคามจากลักษณะทางคลินิก ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ: วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงในสตรีที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นการแท้งคุกคามจากลักษณะทางคลินิก เพื่อนำไปวางแผนการดูแลรักษาเฉพาะรายให้ถูกต้องเหมาะสมและรวดเร็ว
ชนิดของการศึกษา การศึกษาเชิงพรรณนา
สถานที่ทำการศึกษา กลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรมและวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ผู้ป่วยและวิธีการ สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 สัปดาห์ มีเลือดออกทางช่องคลอดมารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และได้รับการวินิจฉัยจากลักษณะทางคลินิกเป็นการแท้งคุกคาม จำนวน 156 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2542 ถึง 31 มีนาคม 2543 กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นการแท้งคุกคามจากประวัติ การตรวจร่างกาย ตรวจภายใน และตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ จะถูกส่งตรวจคลื่นเสียความถี่สูงทางหน้าท้องและ/หรือทางช่องคลอด โดยบันทึกขนาดและรูปร่างของ gestational sac, yolk sac, ขนาด การเคลื่อนไหว และการเต้นของหัวใจของตัวอ่อน ความผิดปกติอื่น ๆ ในโพรงมดลูกและอุ้งเชิงกราน ในรายที่ไม่สามารถให้การวินิจฉัยทางคลื่นเสียงความถี่สูงได้แน่ชัดในครั้งแรก จะนัดตรวจคลื่นความถี่สูงอีกครั้งห่างกัน 1-2 สัปดาห์จนได้การวินิจฉัยที่ชัดเจน
ผลการศึกษา สตรีตั้งครรภ์ที่มีการแท้งคุกคาม 156 ราย อายุเฉลี่ย 28.4 ปี ส่วนใหญ่เป็นครรภ์หลัง และไม่เคยแท้งบุตร จำนวนวันที่มีเลือดออกเฉลี่ย 3.6 วัน อายุครรภ์เฉลี่ย 9.9 สัปดาห์ ผลการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงพบเป็นการตั้งครรภ์ปกติ 60 ราย (ร้อยละ 38.5) การตั้งครรภ์ผิดปกติ 96 ราย (ร้อยละ 61.5) ซึ่งเป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวอ่อน (blighted ovum) 39 ราย (ร้อยละ 25.0) ทารกเสียชีวิตในระยะแรก (missed abortion และ death embryo) 32 ราย (ร้อยละ 20.5) การแท้งครบ (complete abortion) 18 ราย (ร้อยละ 11.5) การตั้งครรภ์นอกมดลูก (ectopic pregnancy) 5 ราย (ร้อยละ 3.2) และการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก (molar pregnancy) 2 ราย (ร้อยละ 1.3)
สรุป ผลการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงในสตรีตั้งครรภ์ที่มีลักษณะทางคลินิกเป็นการแท้งคุกคามพบเป็นการตั้งครรภ์ปกติร้อยละ 38.5 ผิดปกติร้อยละ 61.5 ทำให้สูติแพทย์สามารถวางแผนการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งที่ปกติและผิดปกติได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและรวดเร็ว เพื่อลดความวิตกกังวลและภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อสตรีตั้งครรภ์
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
References
Stovall TG, McCord ML. Early pregnancy loss and ectopic pregnancy. In: Berek JS, Adashi EY, Hillard PA, editors. Novak's Gynecology.12th ed. Baltimore:Wiliams & Wilkins; 1996. p. 487-524.
Scott JR.Early pregnancy loss. In: Scott JR, DiSaia PJ, Hammond CB, Spellacy WN, editors. Danforth's obstetrics and gynccology. Sth ed. Philadelphia: JB Lippincott; 1999.p. 143-53.
ดำรง ตรีสุโกศล, ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์, บุญชัย เอื้อไพโรจน์กิจ. การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการตรวจครรภ์ระยะเริ่มแรก. ใน: ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์, สุขิต เผ่าสวัสดิ์, ไพโรจน์ วิทูรพณิชย์, บรรณาธิการ. คลื่นเสียงความถี่สูงในสูติศาสตร์.กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์; 2535. หน้า 14-31.
Mantoni M. Ultrasound signs in threatened abortion and their prognostic signilicance. Obstet Gynecol 1985;65:471-5.
Goldstein SR. Embryonic death in in early pregnancy: a new look at the first trimester. Obstet Gynecol 1994;84: 294-7.
Tongsong T, Wanapirak C. Srisomboon J, Sinichotiyakul S, Polsrisuthikul T, Pongsatha S. Transvaginal ultrasound in threatened abortion with empty gestational sacs.Int J Gynaecol Obstet 1994;46:297-301.
Liabsuetrakul T, Krisanapan O. The outcomes of vaginal bleeding in the first half of pregnancy at Songklanagarind hospital . Thai J Obstet Gynecol 1999;11:75-80.
Goldstein SR. Early detection of pathologic pregnancy by transvaginal sonography.J Clin Ultrasound 1990;18:262-73.
Nyberg DA, Laing FC, Filly RA. Threatened abortion: sonographic distinction of normal and aboormal gestational sac. Radiology 1986;158:397-400.
Kara L, Mayden A. First trimester ultrasonography and nomal fetoplacental landmarks . In: Sandra L, HagenAnsert, editors. Text book of diagnostic ultrasonography. 3rd ed. Baltimore: CV Mosby; 1989. p. 406-40.
Tongsong T. Srisomboon J, Polsrisuthikul Y. Outcome of pregnancies with first trimester threatened abortion:a prospective study. Thai J Obstet Gynecol 1995;7:1-7.