การพัฒนารูปแบบการให้คำปรึกษาในการตัดสินใจเลือกวิธีบําบัดทดแทนไตภายใต้ระบบสิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โรงพยาบาลกุมภวาปี
คำสำคัญ:
การให้คำปรึกษา, วิธีบําบัดทดแทนไต, ระบบสิทธิบัตรทอง, ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหาในการตัดสินใจเลือกวิธีบําบัดทดแทนไตภายใต้ระบบสิทธิบัตรทองสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เพื่อพัฒนารูปแบบ การให้คำปรึกษา และ ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการให้คำปรึกษาในการตัดสินใจเลือกวิธีบําบัดทดแทนไตภายใต้ระบบสิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โรงพยาบาลกุมภวาปี โดยใช้แนวคิดและกระบวนการมีส่วนร่วมตัดสินใจ ของ Elwyn et al. (2017) ประกอบด้วย 3 กระบวนการ ได้แก่ 1) การสนทนาเป็นทีม (team talk) 2) การสนทนาทางเลือก (option talk) และ 3) การสนทนาเพื่อการตัดสินใจ (decision talk) มาประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจเลือกแต่ละวิธี โดยอ้างอิงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการใช้รูปแบบกลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นกว่าก่อนใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การตัดสินใจเลือกวิธีบำบัดทดแทนไต ก่อนการใช้รูปแบบให้คำปรึกษา ร้อยละ 6.67 โดยวิธีล้างไตทางหน้าท้อง และหลังใช้รูปแบบการให้คำปรึกษาสูงขึ้นเป็น ร้อยละ 23.53 ในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและร้อยละ 17.65 ในการล้างไตทางหน้าท้อง และพบว่าส่วนใหญ่ยังคงปฏิเสธการบำบัดทดแทนไต ขอรับการรักษาแบบประคับประคอง อันมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดขั้นจากค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ ขาดผู้ดูแลหลัก และไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน รูปแบบการให้คำปรึกษาในการตัดสินใจเลือกวิธีบําบัดทดแทนไตภายใต้ระบบสิทธิบัตรทอง สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โรงพยาบาลกุมภวาปี ทีมบุคลากรผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถนำไปใช้ในการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาผู้ป่วย ผู้ดูแล และครอบครัว เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจหรือวางแผนการบำบัดทดแทนไตได้ในระยะยาว หรือสามารถนำไปใช้ในการวางแผนเมื่อผู้ป่วยเริ่มเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะที่ 4 เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัว ได้มีเวลาในการวางแผน และร่วมกันตัดสินใจ อย่างถ้วนถี่ก่อนที่จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคไตวายได้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร