การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกโดยการพยาบาลทางไกล โรงพยาบาลกุมภวาปี
คำสำคัญ:
การพยาบาลทางไกล, ผู้ป่วยผ่าตัดข้อสะโพก, การดูแลต่อเนื่อง, ความรู้ผู้ดูแล, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบและศึกษาผลของการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกโดยการพยาบาลทางไกล (Tele-nursing) โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ดำเนินการตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผล ดำเนินการจำนวน 2 วงรอบ โดยในวงรอบที่ 1 เป็นการศึกษาปัญหาและพัฒนารูปแบบการติดตามผู้ป่วยผ่านระบบ Tele-nursing และนำผลสะท้อนจากการใช้งานมาปรับปรุงในวงรอบที่ 2 เพื่อให้รูปแบบมีความเหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลชุมชนมากยิ่งขึ้น กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก จำนวน 15 รายและผู้ดูแล คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ รูปแบบการติดตามผู้ป่วยโดยการพยาบาลทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน LINE คู่มือการดูแลผู้ป่วย แบบบันทึกติดตามอาการ และแบบประเมินผลลัพธ์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า หลังการใช้รูปแบบ Tele-nursing ผู้ป่วยมีจำนวนครั้งการมาติดตามที่โรงพยาบาลลดลงจากเฉลี่ย 4.20 เป็น 2.13 ครั้ง และค่าใช้จ่ายลดลงจาก 1,200 บาท เป็น 620 บาท อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ผู้ดูแลมีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นจาก 6.28 เป็น 8.70 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) มีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับสูง (𝑥̄ = 4.71, S.D. = 0.47) และผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่พบภาวtแทรกซ้อน (ร้อยละ 73.3)
สรุปได้ว่า รูปแบบการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกโดยการพยาบาลทางไกลมีประสิทธิภาพในการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดจำนวนครั้งการมาติดตาม เพิ่มความรู้ของผู้ดูแล และเพิ่มความพึงพอใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดในบริบทโรงพยาบาลชุมชนได้คำสำคัญ: การพยาบาลทางไกล, ผู้ป่วยผ่าตัดข้อสะโพก, การดูแลต่อเนื่อง, ความรู้ผู้ดูแล, ความพึงพอใจ
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์, กระทรวงสาธารณสุข. (2564). แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: กรมการแพทย์, กระทรวงสาธารณสุข.
กองการพยาบาล, กระทรวงสาธารณสุข. (2563). มาตรฐานการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ. นนทบุรี: กองการพยาบาล, กระทรวงสาธารณสุข.
กิตติพล อยู่คง. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับการแพทย์ทางไกลต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. NU Intellectual Repository
งานผู้ป่วยนอก แผนกกระดูกและข้อ. (2567). เอกสารพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแผนกกระดูกและข้อ ประจำปี 2567 [เอกสารภายในหน่วยงาน].
จินตนา ยูนิพันธ์ และคณะ. (2561). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดข้อสะโพกเทียม. วารสารพยาบาลศาสตร์, 36(2), 45-57.
ชญานิษฐ์ วัฒนวงศ์, กรรณิการ์ ศรีสวัสดิ์, และปวีณา นามวงศ์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตรวจสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง. วารสารสาธารณสุขชุมชน, 16(3), 112-124.
ณัฐธิดา พรหมภัทร. (2560). การใช้ระบบ LINE ในการติดตามผู้ป่วยเรื้อรังเพื่อเพิ่มการยึดมั่นการรักษา. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 27(1), 85-96.
ดาราวรรณ รองเมือง และคณะ. (2566). การพัฒนารูปแบบระบบแพทย์ทางไกลเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง: บทเรียนจากการระบาดของโควิด-19. วารสารสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 17(1), 108-127. https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5857
ประเสริฐ บินตะคุ. (2566). การจัดบริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีผ่านระบบการแพทย์ทางไกลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (Telemedicine NCDs on Cloud). วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 16(3), 127-140.
เพ็ญศรี เลาสวัสดิ์ชัยกุล และบังอร ชาตริยานุโยค. (2554). การฟื้นฟูสภาพในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษากระดูกสะโพกหัก. วารสารพยาบาลศาสตร์, 29(3), 22-33.
รัชนี วงษ์คำ. (2568). ประสิทธิผลของการพัฒนาระบบบริการคลินิกโรคเรื้อรังในกลุ่มผู้สูงอายุด้วยระบบการแพทย์ทางไกลในโรงพยาบาลเกษตรวิสัย. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 33(3), 423-436.
วิภาพร ลีเลิศมงคลกุล, สุพร ดนัยดุษฎีกุล, วัลย์ลดา ฉันท์เรืองวณิชย์, และพัชรพล อุดมเกียรติ. (2556). ความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกาย ความเจ็บปวด และการสนับสนุนทางสังคมกับการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในระยะฟื้นตัวของผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม. วารสารพยาบาลศาสตร์, 31(2), 26-37.
สุพัตรา เจนพาณิชพงศ์ และวิวัลญา อุดมเดชาเวทย์. (2566). การพัฒนารูปแบบบริการผู้ป่วยเบาหวานโดยใช้ระบบการแพทย์ทางไกล โรงพยาบาลท่าอุเทน จังหวัดนครพนม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์ และสุขภาพ, 9(4), 108-118. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/278667
อนุ อิสระพานิช และกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการตนเองในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระยะที่ 4. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(2), 123-135.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191-215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Buvik, A., Bugge, E., Knutsen, G., Småbrekke, A., & Wilsgaard, T. (2016). Quality of care for remote orthopaedic consultations using telemedicine: A randomised controlled trial. BMC Health Services Research, 16, 483. https://doi.org/10.1186/s12913-016-1717-7
Cheng, S. Y., Levy, A. R., Lefaivre, K. A., Guy, P., Kuramoto, L., & Sobolev, B. (2011). Geographic trends in incidence of hip fractures: A comprehensive literature review. Osteoporosis International, 22(10), 2575–2586. https://doi.org/10.1007/s00198-011-1596-z
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191. https://doi.org/10.3758/BF03193146
Kanfer, F. H., & Gaelick-Buys, L. (1991). Self-management methods. In F. H. Kanfer & A. P. Goldstein (Eds.), Helping people change: A textbook of methods (4th ed., pp. 305-360). Pergamon Press.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
Marques, A., Costa, N., Cantista, P., & Saraiva, F. (2015). Quality of life in elderly patients after hip fracture surgery: A comparative study. Acta Médica Portuguesa, 28(6), 660–668. https://doi.org/10.20344/amp.5262
Orem, D. E. (1985). Nursing: Concepts of practice (3rd ed.). McGraw-Hill.
Oudbier, S. J., Souget-Ruff, S. P., Chen, B. S. J., Ziesemer, K. A., Meij, H. J., & Smets, E. M. A. (2024). Implementation barriers and facilitators of remote monitoring, remote consultation and digital care platforms through the eyes of healthcare professionals: A review of reviews. BMJ Open, 14(6), e075833. https://doi.org/10.1136/bmjopen-2023-075833
Wallace, M., & Ellington, L. (2014). Promoting patient and family engagement: Understanding the nurse's role. Nursing Clinics of North America, 49(1), 45-58. https://doi.org/10.1016/j.cnur.2013.10.003
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที 8 อุดรธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดยและเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามใช้หรือดัดแปลงบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนทั้งหมด
การนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร