การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบบูรณาการในเครือข่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
โรคเบาหวาน, การดูแลแบบบูรณาการ, การพัฒนาระบบบริการ, เครือข่ายบริการสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบบูรณาการในเครือข่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลนาดูน จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 40 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีระดับฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) ระหว่าง 7–9% จำนวน 30 คน และทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10 คน ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามปัญหาการรับบริการ สมุดคู่มือผู้ป่วยเบาหวาน แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ Paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 63.3 อายุเฉลี่ย 58.4 ± 9.2 ปี ระยะเวลาป่วยเฉลี่ย 7.6 ± 4.3 ปี ระบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การคัดกรองและเฝ้าระวังในชุมชน 2) การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และ 3) การส่งต่อและติดตามดูแลต่อเนื่องร่วมกับหน่วยบริการปฐมภูมิ ภายหลังการดำเนินงาน พบว่าระดับ HbA1c ลดลงจาก 8.12 ± 0.61% เป็น 7.03 ± 0.58% และระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารลดลงจาก 187.4 ± 28.3 เป็น 142.6 ± 24.7 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) คะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 12.3 ± 2.4 เป็น 18.7 ± 1.8 คะแนน และคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจาก 54.6 ± 7.8 เป็น 72.4 ± 6.3 คะแนน (p < 0.001) อัตราการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเกณฑ์เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23.3 เป็นร้อยละ 86.2 ไม่พบผู้ป่วยที่เกิดภาวะแผลที่เท้าหรือได้รับการผ่าตัดนิ้วเท้า และผู้ป่วยมีความพึงพอใจต่อบริการในระดับสูง ร้อยละ 90
สรุปได้ว่า ระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบบูรณาการที่พัฒนาขึ้นโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพ สามารถเพิ่มความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานในเครือข่ายบริการสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2567). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อ (NCDs) กรณีโรคเบาหวาน ปีงบประมาณ 2565–2567. กระทรวงสาธารณสุข.
ณัฐภัสสร เดิมขุนทด, รัชนีวรรณ ขวัญเจริญ, ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล, พิชญ์ พหลภาคย์, และสว่างจิต สุรอมรกูล. (2564). ผลของการติดตามสุขภาพทางไกลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความสม่ำเสมอในการรับประทานยาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ดี. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 65(ฉบับเพิ่มเติม), 75–89.
นิยม ดีจันทร์, สุพัฒน์ กองศรีมา, นครินทร์ ประสิทธิ์, ณัฐพร นิจธรรมสกุล, และภูวนาถ ศรีสุธรรม. (2567). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานที่มารับบริการที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 5(2), 112–124.
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ, สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย, สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์, และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566 (ฉบับปรับปรุง กุมภาพันธ์ 2567). บริษัทศรีเมืองการพิมพ์จำกัด.
พูนทรัพย์ สมกล้า, สร้อยสุดา ครองปัญญา และวริดา นามเชียงใต้. (2567). ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองและการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 21(1), 188–202.
ภาคภูมิ อินทร์ม่วง, ยุพิน หิรัญพต, สิริวิภา โรจนรัตนางกูร, โชติมณี เรืองกลิ่น และอารยา ฉัตรธนะพานิช. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่ายบริการสุขภาพเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(2), 37–56.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2567). แนวทางการพัฒนาเพื่อมาตรฐานคลินิกเบาหวาน
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567).
สำนักงานเขตสุขภาพที่ 9. (2566). รายงานผลการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มเสี่ยง เขตสุขภาพที่ 9. สำนักงานเขตสุขภาพที่ 9.
International Diabetes Federation. (2001). IDF Diabetes Atlas (10th ed.). International Diabetes Federation.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
Wagner, E. H., Austin, B. T., Davis, C., Hindmarsh, M., Schaefer, J., & Bonomi, A. (2001). Improving chronic illness care: Translating evidence into action. Health Affairs, 20(6),64–78.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.