ผลของการใช้โปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติที่แผนกฝากครรภ์ ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

Main Article Content

ชมพูนุท อนันตธนลาภา
กฤษณา โชติชื่น

บทคัดย่อ

กระบวนการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์มุ่งส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนให้มีทักษะและวิจารณญาณทางคลินิก ดังนั้น การเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติจึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังใช้โปรแกรมการเตรียมความพร้อม รูปแบบการวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ชุดความรู้การพยาบาลมารดาระยะตั้งครรภ์ และคู่มือปฏิบัติการพยาบาลมารดาระยะตั้งครรภ์ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.85 และ 0.89 ตามลำดับ แบบทดสอบวัดความรู้การพยาบาลมารดาระยะตั้งครรภ์ แบบประเมินทักษะการปฏิบัติทางคลินิก ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบและแบบประเมินทักษะการปฏิบัติ เท่ากับ 0.84 และ 0.87 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติอ้างอิงโดยใช้ paired t-test ผลการวิจัย พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้การพยาบาลมารดาระยะตั้งครรภ์หลังใช้โปรแกรมการเตรียมความพร้อม สูงกว่าก่อนใช้โปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (t = - 7.82; p < .001 ) และค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะด้านการซักประวัติ, ด้านการตรวจร่างกาย ตรวจครรภ์ และด้านการกระตุ้นพัฒนาการทารก สูงกว่าก่อนใช้โปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (t = - 16.35, - 39.05, -10.77; p < .001 ) ด้วยเหตุนี้โปรแกรมการเตรียมความพร้อม สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาฝึกปฏิบัติการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ 1 ทั้งในแผนกฝากครรภ์ ห้องคลอดและหลังคลอด เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในด้านความรู้และทักษะทางคลินิก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
อนันตธนลาภา ช, โชติชื่น ก. ผลของการใช้โปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติที่แผนกฝากครรภ์ ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. JAHS [อินเทอร์เน็ต]. 26 พฤษภาคม 2026 [อ้างถึง 7 มิถุนายน 2026];11(1):53-69. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/JAHS/article/view/4450
ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

ปุณยนุช พิมใจใส, นงนภัส วงษ์จันทร. ปัจจัยที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ 1 ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก 2561;19(1):154-163.

พูลทรัพย์ ลาภเจียม. ผลของการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติงานต่อความรู้และทักษะการปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์ ของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ 2562;9(2):42-54.

จีระวรรณ ศรีจันทร์ไชย, วสันต์ ศรีแดน. ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลต่อความเครียดและการรับรู้สมรรถนะการปฏิบัติการพยาบาลรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่นของนักศึกษาพยาบาล. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ 2564;8(3):59-73.

ศศิกานต์ กาล, วรางคณา ชัชเวช. ผลของโปรแกรมเตรียมความพร้อมด้านการผดุงครรภ์ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่อทักษะการตัดสินใจทางคลินิกและความสำเร็จในการสอบประมวลความรอบรู้ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลสงขลานครินทร์. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2559;36(3):184-195.

ปานทิพย์ ผ่องอักษร, รตา ศรีสอาด, สิรินาถ วงศ์ภมรมนตรี. ผลของการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เสริมการเรียนรู้เรื่องการดูดเสมหะต่อผลสัมฤทธิ์การเรียน ความมั่นใจและความพึงพอใจของนักศึกษา. วารสารพยาบาลทหารบก 2561;19(1):136-145.

Braine M. Exploring new nurse teachers’ perception and understanding of reflection: an exploratory study. Nurse Educ Pract 2009;9:262-270.

Maddison C, Sharp P. An exploration of the student and mentor journey into reflective practice. In: Bulman C, Schutz S, editors. Reflective Practice in Nursing. 5thed. Oxford: Blackwell Science; 2013:121-149.

Schon D. The reflective practitioner: how professionals think in action. London: Ashgate Publishing; 2011.

Lutz G, Roding G, Berger B, Edelhäuser F, Scheffer C. Reflective practice and its role in facilitating creative responses to dilemmas within clinical communication: a qualitative analysis. BMC Med Educ 2016;16:301-309.

ศิริพร สว่างจิตร, กุสุมา กังหลี, นันทิกานต์ กลิ่นเชตุ. ผลของการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านการสะท้อนคิดเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ของการเรียนและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา. วารสารพยาบาลทหารบก 2562;20(3):333-342.

กฤษณา โชติชื่น, ณัฐกานต์ มลยง, ลักษิกา เคนประคอง, เสาวภา แสนไชย. ผลของโปรแกรมเตรียมความพร้อมการฝึกภาคปฏิบัติวิชาการพยาบาลมารดาระยะตั้งครรภ์โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ 2564;22(3):60-69.

Yamane T. Statistics: an introductory analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row; 1973.

อังสนา วิศรุตเกษมพงศ์, ปัทมาภรณ์ คงขุนทด, ปาลิตา โพธิ์ตา. เปรียบเทียบผลของวิธีสอนระหว่างการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกับวิธีสอนแบบปกติต่อความรู้การพยาบาลในระยะตั้งครรภ์และความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาล. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health 2564;9(1):55-68.

สุกัญญา ม่วงเลี้ยง, สุดารัตน์ ไชย์ประสิทธิ, ณัฏฐมณฑน์ โกศัย, สิริกานดา สุขเกษม, วิรินทร พิมไลย. ผลการเตรียมความพร้อมก่อนการขึ้นฝึกปฏิบัติงานต่อผลการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์. วารสารวิจัยการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566;15(1):236-254.

Kolb D. Experiential learning: experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1984.

Bandura A. Social learning theory. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1977.

Shin S, Park J, Kim J. Effectiveness of patient simulation in nursing education: meta-analysis. Nurse Educ Today 2015;35(1):176-182.

ลักขณา ไชยนอก, นรีลักษณ์ สุวรรณโนบล, จินตนา ตาปิน, ศรัญญา จุฬารี. ผลของโปรแกรมเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกภาคปฏิบัติในห้องคลอดโดยการเรียนรู้ผ่านตัวแบบและสาธิตย้อนกลับต่อความเครียดและความพร้อมของนักศึกษาพยาบาล. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2566;41(1):e261271.