ประสิทธิผลของโปรแกรมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ ที่โรงพยาบาลบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
คำสำคัญ:
ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์, ความรอบรู้ความเชื่อด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, ค่าฮีมาโตคริตบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อน-หลังเพื่อศึกษาโปรแกรมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลบ่อพลอย โดยศึกษาจากหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจำนวน 30 ราย ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – วันที่ 30 โกันยายน 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือโปรแกรมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามและแบบบันทึกค่าฮีมาโตคริต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา สถิติ Paired Sample t-test เปรียบเทียบการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมการดูแลตนเอง และค่าฮีมาโตคริตก่อนและหลังการทดลอง โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลองหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางที่ได้รับโปรแกรมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์มีการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพมากกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (M = 4.11, S.D. = 0.27 และ M = 4.71, S.D. = 0.11 ตามลำดับ) และด้านพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังการทดลองหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางมีพฤติกรรมการดูแลตนเองมากกว่าหลังได้รับโปรแกรมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ (M =4.13 S.D. = 0.28 และ M = 4.66 S.D. = 0.20 ตามลำดับ) และค่าระดับความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงภายหลังที่ได้รับโปรแกรมมีค่าความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงสูงขึ้นก่อนการได้รับโปรแกรม (M = 30.33, S.D. = 1.61 และ M = 35.19 S.D. = 3.48 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบแล้วพบว่ากลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองมากกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-Value < 0.001) และระดับฮีมาโตคริต (Hematocrit) สูงกว่าก่อนที่ได้รับโปรแกรมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์สามารถช่วยให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางมีการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองดีขึ้นส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางมีระดับค่าฮีมาโตคริตอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2563). แผนงานวิจัยด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ พ.ศ. 2566-2570. กองนวัตกรรมและวิจัย.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลบ่อพลอย. (2567). สรุปผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2567 กาญจนบุรี. โรงพยาบาลบ่อพลอย.
กนกพร นทีธนสมบัติ, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และอำภา เลิศมงคลสมุทร. (2562). ผลของโปรแกรมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีเป้าหมายด้วยการเยี่ยมบ้านและการใช้แอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 35(1), 48-58.
ชนิดา รัตนสิงห์. (2567). ประสิทธิผลของการให้ความรู้และโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลป่าโมก จังหวัดอ่างทอง.https://atgh.moph.go.th/sites/default/files/2024-11/เอกสารเผยแพร่_0.pdf.
ชลธิชา ตานา และชเนนทร์ วราภิรักษ์. (2564). ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. https://w1med.cmu.ac.th/obgyn/index.php?option=com_content&view=article&id=1372.
ธนา คลองงาม และชนัชชา อุปฮาด. (2563). ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(3).
ธัญญารัตน์ สิงห์แดง และไพฑูรย์ พรหมเทศ. (2566). ปัจจัยที่มีสัมพันธ์กับภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลน้ำพองจังหวัดขอนแก่น. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(2), 101-109.
ธีระ ทองสง. (2564). สูติศาสตร์. หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
นงเยาว์ สุวานิช. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมความรู้รอบด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์ต่อน้ำหนักทารกแรกเกิด. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 37(1), 41-51.
เบญญาภา ธิติมาพงษ์. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมภาวะโภชนาการต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและยาเสริมธาตุเหล็กและความเข้มข้นของเลือดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มีภาวะโลหิตจาง. Nursing Journal of the Ministry of Public Health, 31(1), 224-236.
พันธุ์ทิพย์ ภักดีพัฒนาทร และประยูร ภักดีพัฒนาทร. (2567). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์เพื่อลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(4), 459-467.
ภัทรวดี อำไพพันธ์. (2563). การพัฒนาแนวทางการให้คำปรึกษาการกินยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์งานเภสัชกรรม ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์. http://203.157.71.163/hpc3/assets/dmkm/20200909050907
มานิตา สิริวิบูลย์ฤทธิ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการสร้างทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(2), 371-382.
โรงพยาบาลบ่อพลอย. (2567). ผลการดำเนินงานปี 2567 กาญจนบุรี.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี. (2567). ผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 5 ปี 2567 กาญจนบุรี. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี.
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. (2566). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
อำภา เลิศมงคลสมุทร, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และกนกพร นทีธนสมบัติ. (2562). ผลของโปรแกรมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีเป้าหมายด้วยการเยี่ยมบ้านและการใช้แอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการดูแตนเองในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก.วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 35(1), 48-58.
Best, J. W. (1977). Research in education. Prentice Hall.
Burns, S., & Grove, K. (1997). The practice of nursing research. W.B. Saunders.
Cohen, (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย
