Effectiveness of the Anemia Care Program in Pregnant at Bophloi Hospital Kanchanaburi Province

Authors

  • chunpen songpra Bo Phloi Hospital

Keywords:

Anemia in Pregnant Women, Health Belief Literacy, Self-Care Behavior, Hematocrit Level

Abstract

This study employed a quasi-experimental one-group pretest-posttest design to study the effect of an Anemia Care Program for Pregnant Women attending antenatal care at Bo Phloi Hospital. The study involved 30 anemic pregnant women between February 2025 and September 2025. The experimental instrument was the Anemia Care Program for Pregnant Women. Data were collected using a questionnaire and a hematocrit value record form. Data were analyzed using descriptive statistics and the Paired Sample t-test to compare health belief perception, self-care behaviors, and hematocrit values before and after the intervention, with the level of statistical significance set at 0.05. The result of the study found that after the intervention, the anemic pregnant women who received the Anemia Care Program showed significantly higher health belief perception scores (M = 4.11, S.D. = 0.27 And M = 4.71, S.D. = 0.11, Respectively) and better self-care behaviors (M = 4.13, S.D. = 0.28 And M = 4.66, S.D. = 0.20, Respectively). Furthermore, the hematocrit level was higher after receiving the program (M = 30.33, S.D. = 1.61 and M = 35.19, S.D. = 3.48, Respectively).A comparison of the means showed that the experimental group had statistically significantly higher average scores for health belief perception and self-care behaviors after the program ( P-Value<0.001). The increased hematocrit level after the program suggests that the Anemia Care Program for Pregnant Women effectively improved health belief perception and self-care behaviors among anemic pregnant women, leading to their hematocrit levels being within the normal range.

References

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2563). แผนงานวิจัยด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ พ.ศ. 2566-2570. กองนวัตกรรมและวิจัย.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลบ่อพลอย. (2567). สรุปผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2567 กาญจนบุรี. โรงพยาบาลบ่อพลอย.

กนกพร นทีธนสมบัติ, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และอำภา เลิศมงคลสมุทร. (2562). ผลของโปรแกรมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีเป้าหมายด้วยการเยี่ยมบ้านและการใช้แอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 35(1), 48-58.

ชนิดา รัตนสิงห์. (2567). ประสิทธิผลของการให้ความรู้และโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลป่าโมก จังหวัดอ่างทอง.https://atgh.moph.go.th/sites/default/files/2024-11/เอกสารเผยแพร่_0.pdf.

ชลธิชา ตานา และชเนนทร์ วราภิรักษ์. (2564). ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. https://w1med.cmu.ac.th/obgyn/index.php?option=com_content&view=article&id=1372.

ธนา คลองงาม และชนัชชา อุปฮาด. (2563). ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(3).

ธัญญารัตน์ สิงห์แดง และไพฑูรย์ พรหมเทศ. (2566). ปัจจัยที่มีสัมพันธ์กับภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลน้ำพองจังหวัดขอนแก่น. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(2), 101-109.

ธีระ ทองสง. (2564). สูติศาสตร์. หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นงเยาว์ สุวานิช. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมความรู้รอบด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์ต่อน้ำหนักทารกแรกเกิด. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 37(1), 41-51.

เบญญาภา ธิติมาพงษ์. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมภาวะโภชนาการต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและยาเสริมธาตุเหล็กและความเข้มข้นของเลือดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มีภาวะโลหิตจาง. Nursing Journal of the Ministry of Public Health, 31(1), 224-236.

พันธุ์ทิพย์ ภักดีพัฒนาทร และประยูร ภักดีพัฒนาทร. (2567). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์เพื่อลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(4), 459-467.

ภัทรวดี อำไพพันธ์. (2563). การพัฒนาแนวทางการให้คำปรึกษาการกินยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์งานเภสัชกรรม ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์. http://203.157.71.163/hpc3/assets/dmkm/20200909050907

มานิตา สิริวิบูลย์ฤทธิ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการสร้างทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(2), 371-382.

โรงพยาบาลบ่อพลอย. (2567). ผลการดำเนินงานปี 2567 กาญจนบุรี.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี. (2567). ผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 5 ปี 2567 กาญจนบุรี. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี.

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. (2566). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

อำภา เลิศมงคลสมุทร, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และกนกพร นทีธนสมบัติ. (2562). ผลของโปรแกรมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีเป้าหมายด้วยการเยี่ยมบ้านและการใช้แอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการดูแตนเองในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก.วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 35(1), 48-58.

Best, J. W. (1977). Research in education. Prentice Hall.

Burns, S., & Grove, K. (1997). The practice of nursing research. W.B. Saunders.

Cohen, (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.

Downloads

Published

21-04-2026

How to Cite

songpra, chunpen. (2026). Effectiveness of the Anemia Care Program in Pregnant at Bophloi Hospital Kanchanaburi Province. Journal of Health Innovation and Safety (JHIS), 3(1), E–3922. retrieved from https://he04.tci-thaijo.org/index.php/JHIS/article/view/3922