การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิตละครชุด: กรณีศึกษาองค์กรอุตสาหกรรมภาพยนตร์
คำสำคัญ:
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร, อุตสาหกรรมภาพยนตร์, ก๊าซเรือนกระจก, ละครชุดบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตละครชุดที่ก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสนอแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง ดำเนินการวิจัยแบบผสานวิธี โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกิจกรรมการผลิตและเอกสารทางการเงินเพื่อคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ประเภทที่ 1, 2 และ 3 ร่วมกับการใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์จากผู้บริหารและบุคลากร
ที่เกี่ยวข้องจำนวน 21 ท่าน ซึ่งเครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค
สำหรับแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เท่ากับ 0.76 และ 0.83 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) รวมถึงการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักมาจากกิจกรรมประเภทที่ 1 เชื้อเพลิงยานพาหนะและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (ร้อยละ 47.01) รองลงมาคือประเภทที่ 3 วัสดุสร้างฉาก
(ร้อยละ 39.43) และประเภทที่ 2 พลังงานไฟฟ้า (ร้อยละ 13.56) นอกจากนี้พบว่ากลุ่มตัวอย่าง
มีความตระหนักรู้สูงต่อการลดก๊าซเรือนกระจกในฐานะกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับสากล แต่ยังขาดความเข้าใจเชิงปฏิบัติและกลไกคาร์บอนเครดิต มาตรการที่ปฏิบัติได้จริง
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่คุ้มค่าและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันที เช่น การใช้หลอด LED และการบริหารจัดการวัสดุหมุนเวียน ขณะที่มาตรการที่ใช้เงินลงทุนสูงอย่างระบบโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้ายังอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ ผู้วิจัยเสนอแนะเชิงนโยบาย
ให้ภาครัฐสนับสนุนมาตรการจูงใจทางภาษี เชื่อมโยงเกณฑ์ความยั่งยืนเข้ากับนโยบายการคืนเงิน
และพัฒนาฐานข้อมูลคู่ค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
เอกสารอ้างอิง
การุณย์ ชัยวณิชย์. (2563). คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร กรณีศึกษา กองวิชาวิศวกรรมสรรพาวุธ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. (การค้นคว้าอิสระ). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นวพร เหลืองยวง. (2565). การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเครื่องดื่ม. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นิฮาฟีซา หะยีวาเงาะ. (2565). การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อส่งเสริมความเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคใต้ในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535. (2535). ราชกิจจานุเบกษา, 109(33).
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535. (2535). ราชกิจจานุเบกษา, 109(37), 1-43.
สุวิชา บริบูรณ์. (2566). การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร: กรณีศึกษา กระบวนการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3. (การค้นคว้าอิสระ). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). (2565). ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร.
Battistini, R., Passarini, F., Marrollo, R., & Lantieri, C. (2022). How to Assess the Carbon Footprint of a Large University? The Case Study of University of Bologna’s Multicampus Organization. Energies, 16(1), 166.
Cano, N., Berrio, L., Carvajal, E., & Arango, S. (2023). Assessing the carbon footprint of a Colombian University Campus using the UNE- ISO 14064–1 and WRI/WBCSD GHG Protocol Corporate Standard. Environmental Science and Pollution Research, 30(2), 3980–3996.
Greenhouse Gas Protocol (GHG Protocol). (n.d.). GHG Protocol Corporate Standard. Retrieved June 1, 2025, from https://ghgprotocol.org/
Prasad, Y., & Deswal, S. (2024). A Comprehensive Carbon Footprint Assessment Using Integration of GHG Protocol and LCA: A Case Study of an Engineering Institute in India. International Journal of Environmental Science and Technology.
Samara, F., Ibrahim, S., Yousuf, M. E., & Armour, R. (2022). Carbon Footprint at a United Arab Emirates University: GHG Protocol. Sustainability, 14(14), 9177.
UNITED NATIONS. (1992). United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย
