การพัฒนารูปแบบการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

ผู้แต่ง

  • ภัสราภรณ์ ห้อยกรุด ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • พัชรินทร์ สมบูรณ์ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

คำสำคัญ:

การป้องกันการหกล้ม, รูปแบบการป้องกันการหกล้ม, ภาคีเครือข่าย

บทคัดย่อ

ปัญหาการหกล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่สำคัญทำให้ร่างกายบาดเจ็บ เกิดความพิการและอาจเสียชีวิตได้ การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของการใช้รูปแบบการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองดำเนินการตามแบบแผนการศึกษากลุ่มเดียวและวัดก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุในชมรมเมืองคนสวย เทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จำนวน 30 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้การวิเคราะห์เอกสาร และการใช้แบบประเมิน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติอ้างอิง paired t- test

ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเป็นการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย 5 ขั้นตอน คือ (1) ศึกษาปัญหาและความต้องการของชุมชน (2) วางแผนการดำเนินงานและตกลงบทบาทหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน (3) ดำเนินงานตามแผนที่ได้ตกลงกัน (4) ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน และ (5) สรุปและสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน ผลการประเมินรูปแบบฯ พบว่า 1) ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันการหกล้ม และพฤติกรรมป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.001)  2) ภาคีเครือข่ายและผู้สูงอายุมีความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (Mean = 4.7) 3) การหกล้มในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมการทดลองลดลงจากร้อยละ 26.7 เป็นร้อยละ 0.0 ดังนั้นควรมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และเน้นการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายโรงพยาบาลและเครือข่ายท้องถิ่นที่ครอบคลุมการให้คำแนะนำและความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการหกล้ม การใช้ยาและวัดสายตา การออกกำลังกาย และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เพื่อให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมเกี่ยวกับการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น และผลลัพธ์ที่อุบัติการณ์การหกล้มในผู้สูงอายุลดลง

เอกสารอ้างอิง

ชนวนทอง ธนสุกาญจน์. (2560). องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy). นนทบุรี: กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข.

ธีรภัทร อัตวินิจตระการ และชวนนท์ อิ่มอาบ. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมและป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารแพทย์เขต 4-5, 38(4), 288-298.

นงนุช เชาวน์ศิลป์, พิมสุภาว์ จันทนะโสตถิ์ และ จุฑารัตน์ ผู้พิทักษ์กุล. (2563). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุโดยใช้ชุมชนเป็นฐานตามแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง. [รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

นรินทิพย์ ฤทธิ์ฐิติ. (2564). รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 1(3):1-20

นูรซาฮีดา เจ๊ะมามะ และคณะ. (2567). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพความสามารถในการลุกยืนและก้าวเดินและพฤติกรรมการป้องกันความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองจังหวัดยะลา. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร. 8(1):134-148.

ปรีชญา จอมฟอง. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพประเด็นการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน. 1(6):40-61.

พัชรินทร์ สมบูรณ์ และคณะ. (2566). การพัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมสำหรับการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโดยบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 32(1):102-112

รัฎภัทร์ บุญมาทอง. (2563). การป้องกันการหกล้มผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน : บทบาทของพยาบาลในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 24(4), 106-115.

รุ่งอรุณ สุทธิพงษ์. (2564). การป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านขนุน ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. [รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์]. ราชบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง.

วชิระ เพ็งจันทร์. (2560). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy). นนทบุรี: กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข.

วราณี สัมฤทธิ์ และคณะ. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันการหกล้มโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์. 8(2):1-13.

สถาบันประสาท กรมการแพทย์. (2563). แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม. กรุงเทพมหานคร:บริษัทธนาเพรส จำกัด.

สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2564). คู่มือการคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2564. กรุงเทพมหานคร: สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ.สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ. สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย.

Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives. Longman.

Best JW, Kahn JV. (2006). Research in education. (10th ed.), Boston: Pearson/Allyn and Bacon.

Cameron, I.D., Gillespie, L.D., Robertson, M.C., Murray, G.R., Hill, K.D., Cumming, R.G., & Kerse, N. (2018). Interventions for preventing falls in older people in care facilities and hospitals. Cochrane Database Syst, 1(9), 1-332.

Duggan L, McCarthy S, Curtis LM, Woif MS, Noone C, Iggins JR, et al. (2014). Associated between health literacy and beliracy and beliefs about medicines in an lrish obstetric population. J Health Commun, 19(2), 106-14.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.G., & Buchner, A. (2007). G*Power3: A flexible statistical power analysis program for the so-cial, behavioral, and biomedical. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191.

Mahoney, F.J., & Barthel, D.W. (1965). Functional evaluation: The Barthel Index. Maryland Medicine Journal, 14(1), 61-65.

Michel JP, Leonardi M, Martin M, Prina M. (2021). WHO's report for the decade of healthy ageing 2021-30 sets the stage for globally comparable data on healthy ageing. Lancet Healthy Longev. 2(3): e121-e2.

National Statistical Office, Ministry of Digital Economy and Society. (2024). The survey of elderly population in Thailand 2024. Bangkok: National Statistical Office.

Nutbeam D. (2000). Health Literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259-67.

Smith, W.E. (2015). The Dynamic Interplay Between Purpose, Power and Leadership In Organizing Complexity. Spanda Journal, 6(1), 1-19.

Sorensen. K., Broucke, Van den S., Fullam, J., Doyle G., Pelikan, J., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12(80), 1-13.Retrieved from ttp://www.biomed central.com/1471-2458/12/80

World Health Organization. (2021). Step safely: Strategies for preventing and managing falls across the life-course. World Health Organization.

World Health Organization. (2021). The Geneva charter for well-being: 10th Global Conference on Health Promotion. World Health Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

01-09-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ห้อยกรุด ภ., & สมบูรณ์ พ. (2026). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย. วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย, 3(2), e4755. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/JHIS/article/view/4755