การศึกษาระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัข จังหวัดเลย ปี 2545

Main Article Content

ธวัลรัตน์ แดงหาญ
ปฏิวัติ คุณติลกพจน์
เจษฎา จิวากานนท์
ศิริมา ปัทมดิลก

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เพื่อสำรวจระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขในพื้นที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นพื้นที่ตามเกณฑ์ที่มีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนพิษสุนัขบ้าสูงของเขตสาธารณสุขที่ 6 ดำเนินการทุกอำเภอ เลือกตำบลและหมู่บ้านโดยใช้วิธี Cluster random sampling ได้พื้นที่ศึกษาในเขตเมือง 10 แห่ง และเขตชนบท 36 หมู่บ้าน แล้วสุ่มเจาะเลือดสุนัขในเขตเมือง 160 ตัว และชนบท 288 ตัว โดยแบ่งเป็นสุนัขมีเจ้าของและไม่มีเจ้าของจำนวนเท่ากันและแบ่งเป็นกลุ่มสุนัขที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี และอายุมากกว่า 2 ปี จำนวนเท่ากันรวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 448 ตัว การเก็บข้อมูลทำโดยสำรวจทะเบียนสุนัขและการได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สุ่มเจาะเลือดสุนัขพร้อมซักประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้วส่งเซรุ่มตรวจหาแอนติบอดี้ ด้วยวิธี rapid fluorescent focus inhibition test ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ผลการศึกษาประวัติการได้รับวัคซีน พบว่า สุนัขส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.6 ได้รับวัคซีนในช่วงเวลา 1-6 เดือน ร้อยละ 3.8 ได้รับวัคซีนนานกว่า 1 ปี และร้อยละ 1.1 ไม่เคยได้รับวัคซีน เมื่อเจาะเลือดตรวจหาระดับภูมคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า พบว่า สุนัขร้อยละ 90.0 มีภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า (  0.50 IU/ml) เมื่อเปรียบเทียบระดับภูมิคุ้มกัน พบว่าสุนัขที่มีเจ้าของมีระดับภูมิคุ้มกันสูงกว่าสุนัขที่ไม่มีเจ้าของถึง 2 เท่า (p<0.05) สุนัขที่อายุต่ำกว่า 1 ปี และอายุมากกว่า 2 ปี มีระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่แตกต่างกัน (p<0.05) สุนัขที่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามีระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าสูงกว่าสุนัขที่ไม่เคยได้รับวัคซีน 15 เท่า (p<0.01) โดยพบว่าสุนัขที่เคยได้รับวัคซีนในช่วง 1-6 เดือน จะมีภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าสูงกว่าสุนัขที่ไม่เคยได้รับวัคซีนถึง 16 เท่า กลุ่มที่เคยได้รับวัคซีนนานกว่า 1 ปี จะมีภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าสูงกว่าสุนัขที่ไม่เคยได้รับวัคซีน 11 เท่า และสุนัขในเขตเมืองและชนบทมีระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่แตกต่างกัน เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความครอบคลุมการได้รับวัคซีนกับความครอบคลุมระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า พบว่ามีความสัมพันธ์ในทางบวก (R=0.46)

Article Details

How to Cite
แดงหาญ ธ., คุณติลกพจน์ ป., จิวากานนท์ เ., & ปัทมดิลก ศ. (2024). การศึกษาระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัข จังหวัดเลย ปี 2545. วารสารโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, 30(2), 85–92. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/MNRHJ/article/view/2024
บท
นิพนธ์ต้นฉบับ

References

Tepsumethannon W, Polsuwan C, Lumlertdaecha B. Khawplod p, Hemachudha T, Chutivongse S, et al. Immune response to rabies vaccine in Thai dogs, preliminary report. Vaccine 1991; 9: 627-30.

กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์ และแนวโน้มโรคพิษสุนัขบ้าในแนวทางการกวาดล้างโรค พิษสุนัขบ้า ให้หมดไปจากประเทศไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2539. หน้า 12-14

Cohen JJ. The immune response. In: Middleton EJ, Reed CE, Ellis EF, editors. Allergy Principles and Practice. St Louis: Mosby; 1978.p. 82.

Muller TF, Schuster P, Vaps AC, SelhostT, Wengel UD. Neubert AM. Effect of maternal immunity on the immune response to oral vaccination against rabies in young foxes. Am J Vet Res 2001; 62:1154-8.

Sage G, Khawplod P. Wilde H, Lobough C, Henachudha T. Tepsumethanon, et al. Immune response to rabies vaccine in Alaskan dogs: Failure to achieve a consistently protective antibody response. Trans R Soc Trop Med Hyg 1993; 87: 593-5.

ผกามาศ ขาวปลอด. การตรวจหาภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยวิธีนิวทรัลไลเซชั่นในเซลล์เพาะเลี้ยง (RFFIT). กรุงเทพฯ: หน่วยวิจัยและพัฒนา สถานเสาวภาสภากาชาด ไทย; 2540. หน้า 1-6. (เอกสารอัดสำเนา)

สานิตช์ คัมภีรศาสตร์. การประยุกต์ใช้วิธี RFFIT ในการตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติ "พันธมิตรร่วมใจ กระบวรทรรศน์ใหม่เพื่อการวิจัยและพัฒนา" 15-16พฤษภาคม 2544; ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค. กรุงเทพมหานคร; 2544. (เอกสารอัดสำเนา)

Coyne MJ. Bress IHH, Yule TD, Harding MJ, Tressnan DB, Mc Eravin DI. Duration of immunity in dogs of the vaccination or naturally acquired infections. Vet Rec 2001; 149: 509-15.