การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อมโดยครอบครัวเป็นศูนย์กลาง
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง, ผู้ดูแล, ผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อมบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อมโดยครอบครัวเป็นศูนย์กลางในชุมชน
วิธีการศึกษา: การวิจัยและพัฒนาแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระหว่างเดือนเมษายน ถึง สิงหาคม 2568 คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันของปัญหา และระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบฯ และการศึกษาผลลัพธ์ของรูปแบบฯ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีผลการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมผิดปกติ บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แนวคำถามปลายเปิดแบบกึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบทดสอบความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อม และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติการทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการวิจัย: สถานการณ์การดูแลผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อม พบว่ามี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาด้านความจำและการรับรู้ บทบาทและแนวทางการดูแลของครอบครัวและทีมสุขภาพ ปัจจัยสนับสนุนการดูแล อุปสรรคและความท้าทายในการดูแลร่วมกับครอบครัว และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมในชุมชนรูปแบบฯ ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมรู้เท่าทันภาวะสมองเสื่อม กิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมเรียนรู้ประสบการณ์ ผลลัพธ์ของรูปแบบฯ พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุโรคสมองเสื่อมของผู้ดูแลหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (13.11±1.45 และ 9.80±2.83; p<0.001) และผู้ดูแลมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดร้อยละ 73.33
สรุป: รูปแบบฯ ที่พัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มความรู้และความพึงพอใจของผู้ดูแลเนื่องจากตรงความต้องการ เสริมความมั่นใจ มีการสนับสนุนทางจิตใจและสังคม และสามารถประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมได้
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Dementia [Internet]. 2025 [cited 2025 Aug 15]. Available from: https://www.who.int/health-topics/dementia
Alzheimer’s Disease International. World Alzheimer Report 2023. 2023 [cited 2025 Aug 15]. Available from: https://www.alzint.org
สำนักข่าว Hfocus. กรมการแพทย์ห่วง "สังคมสูงวัย" พบ! ผู้สูงอายุป่วยสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุกปี [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/content/ 2023/12/29302
กรมการแพทย์. สถานการณ์ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กรมการแพทย์; 2565.
อรุณโรจน์ รุ่งเรือง, พุฒิพงศ์ สัตยวงศ์ทิพย์. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเสี่ยง สมองเสื่อมในผู้สูงอายุเทศบาลตำบลสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 2566;17(1):272–87.
ภูษณิศา ยังอยู่, สุภัทรา จันทร์คำ, วีรศักดิ์ เมืองไพศาล, ปิติพร สิริทิพากร, ดุจปรารถนา พิศาลสารกิจ, นภาพร เพ็งสอน และคณะ. ปัญหาและความต้องการของผู้ดูแลในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2560;16(2–3):57–69.
Prasopkittikun T, Srichantaranit A, Chunyasing S. Thai nurses’ perceptions and practices of family-centered care: the implementation gap. Int J Nurs Sci. 2020;7(1):74–80.
ดวงเนตร ธรรมกุล, กัลยารัตน์ อนนท์รัตน์. การพยาบาลโดยใช้ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลาง: มิติสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 2563;37(1):14–24.
ปรียธิดา ชลศึกเสนีย์, วรรณภา ศรีธัญรัตน์. การจัดการของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อม. วารสารการพยาบาลและการศึกษา. 2565;15(2):26–40.
คมเนตร สกุลธนะศักดิ์, สิทธิพันธ์ จันทร์พงษ์, พูนสุข ทองเสี่ยน. การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ โรคสมองเสื่อม เครือข่ายจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2563;34(1):97–111.
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175–91.
วุฒิ สุขเจริญ. การดำเนินการกับข้อมูลขาดหาย. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก. 2558;33(2):11–32.
Banerjee S. Systematic literature review of wandering prevention technologies for dementia care. J Technol Hum Serv. 2025;43(3):234–245.
นิติกุล บุญแก้ว. การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันกับพฤติกรรมป้องกันภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชียฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2561;12(3):213-224.
ลักขณาภรณ์ เสนชัย, สมเสาวนุช จมูศรี, เกื้อพันธ์ กลั่นการดี. ประสบการณ์การปรับตัวของผู้ดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุสมองเสื่อมในชนบท. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2560;35(1):74–81.
กรวรรณ ยอดไม้. บทบาทครอบครัวกับการดูแลผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อมในชุมชน. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2560;31(1):189-204.
Wei Z, Han Y. A meta-analysis of the impact of community interventions on the burden, depression, and anxiety of family caregivers for elderly individuals with dementia. Ann Community Med Pract. 2025;10(1):1065.
World Health Organization. Global status report on the public health response to dementia. Geneva: World Health Organization; 2021.
O'Connell B, Ghosh M, Dunham M, Smyth A. Evaluation of an educational program for people with dementia and their caregivers. Australas J Ageing. 2023;42(3):517–26.
Tran JT, Theng B, Tzeng HM, Raji M, Serag H, Shih M, Lee WC. Cultural diversity impacts caregiving experiences: a comprehensive exploration of differences in caregiver burdens, needs, and outcomes. Cureus. 2023;15(10):e46537.
ดุจปรารถนา พิศาลสารกิจ, ปิติพร สิริทิพากร, วีรศักดิ์ เมืองไพศาล. ผลของโปรแกรมการอบรมผู้ดูแลต่อคุณภาพชีวิตและความรู้สึกเป็นภาระของผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2563;38(2):63-72.
Umpimai N, Sangon S, Nintachan P. Factors Influencing Psychological Distress in Caregivers of People with Dementia. Healthcare. 2025;13:1582.
Widiyaningsih, Pradana AA, Susanto H, Chiu HL. Effectiveness of dementia literacy interventions for caregivers of people with dementia: A meta-analysis of randomized controlled trials. Int J Nurs Stud. 2025;171:105191.
Possin KL, Merrilees JJ, Dulaney S, Bonasera SJ, Chiong W, Lee K, et al. Effect of collaborative dementia care via telephone and internet on quality of life, caregiver well-being, and health care use: the Care Ecosystem randomized clinical trial. JAMA Intern Med. 2019;179(12):1658–67.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาและบุคลากรท่านอื่น ๆ ในโรงพยาบาลฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง

