ผลของการฝึกการทรงตัวต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลกระทุ่มแบน

ผู้แต่ง

  • วราพร ปัญญาวงศ์ กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74110
  • ปิยทัศน์ เอกบุตร กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74110

คำสำคัญ:

ข้อเข่าเสื่อม, การออกกำลังกาย, การทรงตัว, ความสามารถในการเคลื่อนไหว, ความพึงพอใจ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับความสามารถในการทรงตัว ความสามารถในการเคลื่อนไหวเปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมตารางสี่สหายและความพึงพอใจหลังใช้งานโปรแกรมตารางสี่สหายของผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลกระทุ่มแบน

วิธีการวิจัย: งานวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่มารับบริการในแผนกกายภาพบำบัด ได้รับโปรแกรมออกกำลังกายด้วยตารางสี่สหายเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ประเมินความสามารถในการทรงตัวด้วย Timed Up and Go test (TUGT) และการเคลื่อนไหวด้วย Knee Injury and Osteoarthritis Outcome Score (KOOS) ก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรม และประเมินความพึงพอใจหลังจบโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกันและการทดสอบลำดับที่โดยเครื่องหมายของวิลค็อกซัน

ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเพศหญิง 14 คน หลังเข้าร่วมโปรแกรมพบว่า ความสามารถในการทรงตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (TUGT 9.47±1.36 และ 12.21±2.49 วินาที; p<0.001) และความสามารถในการเคลื่อนไหวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 4 ด้าน จาก 5 ด้าน ได้แก่ ความเจ็บปวด อาการอื่น ๆ การทำกิจวัตรประจำวัน และคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเข่า (p<0.001, p=0.002, p=0.001 และ p=0.009 ตามลำดับ) นอกจากนี้ ความพึงพอใจต่อโปรแกรมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด (ร้อยละ 98.57)

สรุปผล: โปรแกรมฝึกการทรงตัวด้วยตารางสี่สหายช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานกายภาพบำบัดได้ ในอนาคตควรศึกษาด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น มีกลุ่มเปรียบเทียบ และติดตามผลระยะยาวเพื่อยืนยันประสิทธิผลของโปรแกรม

เอกสารอ้างอิง

สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2553 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thairheumatology.org/ index.php/learning-center/for-physician/for-physician-3?view=article&id=36

วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล. การฟื้นฟูผู้สูงอายุในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2561.

Brophy RH, Fillingham YA. AAOS Clinical Practice Guideline Summary: Management of Osteoarthritis of the Knee (Nonarthroplasty), Third Edition. J Am Acad Orthop Surg. 2022;30(9):e721–9. doi:10.5435/JAAOS-D-21-01233

World Health Organization. World report on ageing and health [Internet]. 2015 [accessed 2024 Oct 30]. Available from: https://iris.who.int/handle/10665/186463

Kwon IH, Song JY, Kim DY, Son JY, Shim YJ, & Shin WS. Comparison of rhythmic and non-rhythmic aerobic exercises on depression and balance in the elderly. Phys Ther Rehabil Sci.2017;6:146–51. doi: 10.14474/ptrs.2017.6.3.146

กนกวรรณ ศรีสุภรกรกุล. การเพิ่มสมรรถนะการเคลื่อนไหว จากหลักการสู่แนวทางปฏิบัติ. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2563.

Anderson ML, Allen KD, Golightly YM, Arbeeva LS, Goode A, Huffman KM, Schwartz TA, Hill CH. Fall Risk and Utilization of Balance Training for Adults with Symptomatic Knee Osteoarthritis: Secondary Analysis from a Randomized Clinical Trial. J Geriatr Phys Ther. 2019;42(2):E39–44. doi: 10.1519/JPT.0000000000000213

ศศิวิมล วรรณพงษ์, เสาวนีย์ นาคมะเริง, สุรัสวดี เบนเน็ตต์, น้อมจิตต์ นวลเนตร์. ผลของการออกกำลังกายด้วยตารางเก้าช่องต่อการทรงตัวของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2021;36(3):310–16.

จีระพรรณ ศรีหามี, อรวรรณ ชุบสุวรรณ. ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องต่อการทรงตัวและความกลัวการหกล้ม ของผู้อายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มและความกลัวการหกล้ม ตำบลจังหาร อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ.2568;6(1):13–24.

Zhou TY, Yuan XM, Ma XJ. Canan outdoor multisurface terrain enhance the effects of fall prevention exercise in older adults? A randomized controlled trial. Int J Environ Res Public Health. 2020;17(19):7023.

ดลยา พรหมแก้ว, ลักขณา มาทอ, ทิวาพร ทวีวรรณกิจ, ปรีดา อารยาวิชานนท์, วิไลรัตน์ แสนสุข, สุกัลยา อมตฉายา. การเดินบนพื้นผิวต่าง ๆ ท้าทายความสามารถของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด, 2561;30(1):39–46.

Mondam S, Babu S, Kumar R, & Prakash J. A comparative study of proprioceptive exercises versus conventional training program on osteoarthritis of knee. Res. J. Recent Sci. 2012;1(12):31–5.

เจริญ กระบวนรัตน์. ตาราง 9 ช่อง กับการพัฒนาสมอง. กรุงเทพมหานคร: สินธนากอปปี้เซ็นเตอร์; 2552

กานดา ชัยภิญโญ.ความน่าเชื่อถือในการวัดซ้ำและความตรงของแบบประเมินข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Outcome Scores (KOOS) ฉบับภาษาไทย. วารสารกายภาพบำบัด. 2552;31:67–76.

วัลลภา ดิษสระ, พรรณี บัญชรหัตถกิจ, จีราพร ทองดี. การออกกำลังกายที่มีผลต่อการทรงตัวของผู้สูงอายุ : การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพ. 2565;5(2):1–13.

Alghadir A, Anwer S,Brismée JM. The reliability and minimal detectable change of Timed Up and Go test in individuals with grade 1-3 knee osteoarthritis. BMC Musculoskeletal Disord. 2015;16:174. doi: 10.1186/s12891-015-0637-8

Shen P, Li S, Li L, Fong DTP, Mao D, Song Q. Balance Control is Sequentially Correlated with Proprioception, Joint Range of Motion, Strength, Pain, and Plantar Tactile Sensation Among Older Adults with Knee Osteoarthritis. Sports Med Open. 2024;10(1):70. doi: 10.1186/s40798-024-00735-3

Jeong HS, Lee SC, Jee H, Song JB, Chang HS, & Lee SY. Proprioceptive training and outcomes of patients with knee osteoarthritis: a meta-analysis of randomized controlled trials. J Athl Train. 2019;54(4):418–28.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

19-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ปัญญาวงศ์ ว, เอกบุตร ป. ผลของการฝึกการทรงตัวต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลกระทุ่มแบน. Phahol Hosp J [อินเทอร์เน็ต]. 19 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 20 สิงหาคม 2026];14(2):68-82. available at: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/PPHJ/article/view/3859

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ