การพัฒนารูปแบบการจัดการตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4
คำสำคัญ:
การจัดการตนเอง, การดำเนินไปของโรค, ทีมดูแลผู้ป่วย, โรคไตเรื้อรังบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหาและความต้องการการชะลอการเสื่อมของไต พัฒนารูปแบบการจัดการตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต และผลของรูปแบบการจัดการตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ต่อความรู้ พฤติกรรมและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4
วิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งการศึกษาเป็น 4 ระยะ คือ 1) การวิเคราะห์สถานการณ์กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ ทีมสหสาขาวิชาชีพด้านสาธารณสุข จำนวน 8 คน และผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 จำนวน 10 คน 2) การดำเนินการพัฒนา 3) การทดลองใช้ และ 4) การประเมินผลลัพธ์กับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 ที่รับการรักษาในคลินิกโรคไตเรื้อรัง ในเดือนกันยายน 2568 จำนวน 30 คน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แนวคำถามในการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบประเมินความรู้และพฤติกรรมแบบบันทึกผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และโปรแกรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และข้อมูลปริมาณด้วยสถิติพรรณนาและการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน
ผลการวิจัย: ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกพบประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ 1) ผู้ป่วยไม่เห็นความสำคัญของการดูแลตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต 2) ผู้ป่วยขาดการติดตามและประเมินสุขภาพของตนเอง และ 3) การมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ผู้วิจัยจึงนำประเด็นดังกล่าวมาพัฒนารูปแบบการจัดการตนเอง เพื่อชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 ประกอบด้วย 1) กิจกรรมการความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคและการปฏิบัติตัวเพื่อชะลอการเสื่อมของไต 2) วิธีการติดตามและประเมินสุขภาพของตนเอง 3) รูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพื่อชะลอการเสื่อมของไตแบบมีส่วนร่วมระหว่างสหสาขาวิชาชีพและผู้ป่วยหลังการใช้รูปแบบการจัดการตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ (5.76±1.19 และ 9.90±0.40; p<0.001) และพฤติกรรม (4.29±0.50 และ 4.87±0.24; p<0.001) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและมีผลลัพธ์ทางคลินิกดีขึ้น โดยมีค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) เพิ่มขึ้น (32.29±8.86 และ 35.03±8.86; p=0.002) และไมโครแอลบูมินในปัสสาวะลดลง (113.83±150.26 และ 51.23±44.79; p=0.009)
สรุปผล: รูปแบบการจัดการตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ที่พัฒนาขึ้นทำให้คะแนนเฉลี่ยความรู้ พฤติกรรมและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 ดีขึ้นในทุกด้าน
เอกสารอ้างอิง
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์; 2565.
Suriyong P, Ruengorn C, Shayakul C, Anantachoti P, Kanjanarat P. Prevalence of chronic kidney disease stages 3-5 in low- and middle-income countries in Asia: A systematic review and meta-analysis. PLoS One. 2022;17(2):e0264393.
Kawasoe S, Kubozono T, Salim AA, Yoshimine H, Mawatari S, Ojima S, Kawabata T, et al. Development of a risk prediction score and equation for chronic kidney disease: a retrospective cohort study. Sci Rep. 2023;13:5001.
ปัฐยาวัชร ปรากฏผล, อรุณี ไชยฤทธิ์, อุทัยทิพย์ จันทร์เพ็ญ, กนกพร เทียนคำศรี, ขนิษฐา แสดงทอง, สมจิตต์ สินธุชัย. ประสิทธิผลของรูปแบบการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อชะลอไตเสื่อมต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ การจัดการตนเอง และผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเขตสุขภาพที่ 4. วารสารพยาบาลตำรวจ. 2565;(14)2:289-301.
วีณา สุทธิดี, ทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. ความชุกและปัจจัยที่ส่งผลต่อการชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ 3–4. สุพรรณบุรี: โรงพยาบาลด่านช้าง; 2567.
ไตรเทพ ฟองทอง. โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD). ยาวิพากษ์. 2566;14(52):12-17.
กุลลดา เลียวเสถียรวงค์, ปทมพร อภัยจิตต์. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเสื่อมในผู้ป่วยโรคไตเรื้องรัง. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2566;38(3):605-616.
เพียงดาว จุลบาท, นงณภัทร รุ่งเนย. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ในโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี. 2567;7(1):95-112.
กมลพร เขามาธร, กรวรรณ เขมาธร. การพัฒนารูปแบบการชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต. 2566;3(3):49-60.
กศิมา สง่ารัตนพิมาน, คมสันต์อาษา, รุ่งนภาเขียวชอ่ำ. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยไตเรื้อรัง ระยะที่ 3A ถึง ระยะที่ 4 ต่อความรู้พฤติกรรมการจัดการตนเองและอัตราการกรองของไต โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข. 2567;4(1):e262291.
Kanfer FH, Gaelick-Buys L. Self-management methods. In: Kanfer FH, Goldstein AP, editors. Helping people change: a textbook of methods. Oxford, UK: Pergamon Press; 1991.
สำราญ พูลทอง, สุปราณี เมืองโคตร, วิลาวัลย์ หลักเขต.ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์. 2566;7(1):91-104.
กมลวรรณ สุวรรณ, ซัมซูดีน เจะเฮา, นุรไอซะห์ เซะบากอ.ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1–2. วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์. 2566;(30)2: 256-268.
สารี ยศตันติ. ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลตนเองเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในคลินิกหมอครอบครัว โรงพยาบาลกระบี่ ตำบลกระบี่ใหญ่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่. วารสารกระบี่เวชสาร. 2563;3(1):9-21.
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-191.
วิศรุดา ตีเมืองซ้าย, พิชญากร ภัคสุพศิน. การพัฒนารูปแบบการชะลอไตเสื่อมของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในคลินิกรักษ์ไตปฐมภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2564; 18(3):125-135.
มยุรี ปะวันนา. ผลของโปรแกรมการจัดการโรคเบาหวานด้วยตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเอง ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดมหาสารคาม. 2567;8(15):70-82.
Bağriaçik E, Dikmen BT. Self-management training in patients with chronic kidney disease undergoing hemodialysis: A systematic review. Semin Dial. 2024;37(2):91-100.
Huang Y, Li S, Lu X, Chen W, Zhang Y. The effect of self-management on patients with chronic diseases: A systematic review and meta-analysis. Healthcare. 2024; 12(21):2151.
Pal S, Panduragan SL, Said FM, Poddar S. Effect of self-management intervention on improvement of quality of life in chronic kidney disease patients: A scoping review. Open Nurs J, 2024;18:e18744346323309.
Moktan S, Leelacharas S, Prapaipanich W. Knowledge, self-Efficacy, self-management behavior of the patients with predialysischronic kidney disease. Rama Med J. 2019;42(2):38-48.
Mongkolsomlit S, Taptagaporn S, Kaewdok T, Wattanasoei S, Rakkapao N, Saita S, et al. Effectiveness of multidisciplinary care team on improving the stages of chronic kidney disease in Thailand. J Med Assoc Thai. 2023;106:501-507.
Heerspink HJL, Cherney DZI. Clinical Implications of an Acute Dip in eGFR after SGLT2 Inhibitor Initiation. Clin J Am Soc Nephrol. 2021;16(8):1278-80.
An L, Yu Q, Chen L, Tang H, Liu Y, Yuan Q, et al. The Association Between the Decline of eGFR and a Reduction of Hemoglobin A1c in Type 2 Diabetic Patients. Front Endocrinol. 2022;12:723720.
วราภรณ์ จิตต์อารีย์. การกินแบบ Low Carb ข้อดีและข้อระวัง [อินเทอร์เน็ต]. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย;[ม.ป.ป.][เข้าถึงเมื่อ 13 ต.ค 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/ academicarticles/download?id=40726&mid=31947&mkey=m_document&lang=th&did=14434
Iemitsu K, Iizuka T, Takihata M, Takai M, Nakajima S, Minami N, et al. Factors Influencing Changes in Hemoglobin A1c and Body Weight During Treatment of Type 2 Diabetes with Ipragliflozin: Interim Analysis of the ASSIGN-K Study. J Clin Med Res. 2016;8(5):373-8.
Viera AJ, Wouk N. Potassium disorders: hypokalemia and hyperkalemia. Am Fam Physician. 2015;92(6):487-95.
Flurie RW, Brophy DF. Disorders of potassium and magnesium homeostasis. In: DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey L, editors. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 10thedition. n.p.: McGraw Hill; 2017.
Annadanam S, Garg G, Fagerlin A, Powell C, Chen E, Segal J, et al. Patient-centered outcomes with a multidisciplinary CKD care team approach: An observational study. Kidney Med. 2023;5(4):100602.
ไพศาล ไตรสิริโชค, หลั่งพร อุตรศาสตร์, วราทิพย์ แก่นการ. ผลของการสนับสนุนการจัดการตนเอง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อชะลอโรคไตเรื้อรังในหน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2562;34(6).552-8.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาและบุคลากรท่านอื่น ๆ ในโรงพยาบาลฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง

