The ผลการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้คลอดต่อการป้องกันภาวะขาดออกซิเจน ในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
The Effect of a Nursing Care Model for Women in Labor on the Prevention of Birth Asphyxia at Sunpasitthiprasong Hospital
คำสำคัญ:
รูปแบบการพยาบาล, ผู้คลอด, การป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด, รูปแบบการพยาบาล, ผู้คลอด, การป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด, Nursing Care Model, Laboring Women, Neonatal Asphyxia Prevention, Fetal Well-Being, Nursing Competencyบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้คลอดต่อการป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ 2. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้คลอดต่อการป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ แบ่งเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สถานการณ์ ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการพยาบาล ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการพยาบาล และระยะที่ 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบการพยาบาล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพ 12 คน และผู้คลอด 70 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 35 ราย เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบประเมินทักษะการปฏิบัติตามรูปแบบการพยาบาลผู้คลอดต่อการป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการประเมินและติดตาม Fetal Well-being (2) ด้านการจัดการเมื่อพบความผิดปกติ 3) ด้านการช่วยชีวิตทารกแรกเกิด 4) ด้านการสื่อสารและการทำงานเป็นทีมตาม King's Theory และ 5) ด้านการประเมินผลและการเรียนรู้ รูปแบบการพยาบาลผู้คลอดต่ออัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ความรู้ ทักษะการปฏิบัติของพยาบาล ประกอบด้วย 1) การประเมินและวางแผนการดูแล 2) การปฏิบัติการพยาบาลตามรูปแบบ 3) การนิเทศและพัฒนาบุคลากรตามรูปแบบของพร็อคเตอร์ 3 มิติ และ 4) การประเมินผลและปรับปรุง และประเมินผลการใช้รูปแบบการพยาบาล ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 16 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Independent t-test, Mann-Whitney U test, Fisher's exact test และ Wilcoxon signed-rank test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
ผลการวิจัย พบว่า อัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ในช่วงเวลา 1 นาที และ 5 นาที โดยพบว่า ภาวะขาดออกซิเจนที่ 1 นาที ลดลงจากร้อยละ 37.1 เป็นร้อยละ 5.7อ(p = 0.003) และที่ 5 นาที ลดลงจากร้อยละ 17.1 เป็นร้อยละ 0 (p = 0.025) สอดคล้องกับคะแนน APGAR ที่ 1 นาที และ 5 นาที ของกลุ่มทดลองที่เพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุม (p = 0.006) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ทั้งนี้ยังพบความแตกต่างในด้าน BMI (p = .001) อาชีพ (p = .002) รายได้ และประกันสุขภาพ (p = .039) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
สรุปได้ว่า รูปแบบการพยาบาลผู้คลอดต่อการป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ มีประสิทธิผลในการลดอัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดได้อย่างมีนัยสำคัญ ควรนำรูปแบบนี้ไปประยุกต์ใช้ในห้องคลอดโรงพยาบาลอื่น ๆ
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
Berhe YZ, Kebedom AG, Gebregziabher L, Assefa NE, Berhe LZ, Mohammednur SA, et al. Risk factors of birth asphyxia among neonates born in public hospitals of Tigray, Northern Ethiopia. Pediatric Health Med Ther 2020; 11: 13-20. doi: 10.2147/PHMT.S231290. PubMed PMID: 32021551.
นพวรรณ เสโนฤทธิ์. การพัฒนารูปแบบการดูแลสตรีเพื่อป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564.
อภิญญา ดาสุริน, รัตนาภรณ์ ธนศิริจิรานนท์. ผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาล การป้องกันการเกิดภาวะขาดออกซิเจนของทารกแรกเกิดในผู้คลอด ตอความรูทักษะปฏิบัติ และความพึงพอใจของพยาบาล โรงพยาบาลจอมทอง. Life Sciences and Environment Journal 2567; 25(1): 249-62.
Wudu MA, Wondifraw EB, Getaneh FB, Hailu MK, Belete MA, Yosef ST, et al. Incidence and predictors of mortality among neonates admitted with birth asphyxia to neonatal intensive care units in Ethiopia: a systematic review and meta-analysis. BMC Pediatr 2025; 25(1): 140. doi: 10.1186/s12887-025-05481-3. PubMed PMID: 40001015.
World Health Organization. WHO recommendations on newborn health: guidelines approved by the WHO Guidelines Review Committee. Geneva: World Health Organization; 2017.
World Health Organization. Newborn mortality: key facts. Geneva: World Health Organization; 2024.
กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาเหตุการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดในประเทศไทย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
จิรัสย์พล ไทยานันท์. ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา กรกฎาคม-ธันวาคม 2565; 17(2): 28-41.
สุนิดา พรรณะ. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลหนองคาย. ศรีนครินทร์เวชสาร พฤษภาคม-มิถุนายน 2563; 35(3): 278-86.
บุปผา อินต๊ะแก้ว. ผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการป้องกันภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ห้องคลอด โรงพยาบาลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.chiangmaihealth.go.th/document/240619171879471720.pdf
ละออ บาระมี, พรพักตร์ สุรำไพนิธิพร. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการป้องกันภาวะการขาดออกซิเจนของทารกแรกเกิด ห้องคลอด โรงพยาบาลหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น กรกฎาคม-ธันวาคม 2563; 17(2): 149-59.
King IM. A theory for nursing: systems, concepts, process. New York: Wiley; 1981.
Proctor B. Supervision: a co-operative exercise in accountability. In: Marken M, Payne M, editors. Enabling and ensuring: supervision in practice. Leicester: National Youth Bureau; 1991. p. 21-3.
เปล่งฉวี สกนธรัตน์, ศศิธร ภักดีโชติ, ลักษคณา เจริญราษฎร์, วัลยดา อินธิแสง, ปิยรัตน์ โสมศรีแพง. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะวิกฤตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารกองการพยาบาล มกราคม-เมษายน 2564; 48(1): 20-38.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. England, UK: Routledge; 1988.
Polit FD, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed. Philadelphia (PA): Wolters Kluwer; 2021.
Chen A, Feresu SA, Fernandez C, Rogan WJ. Maternal obesity and the risk of infant death in the United States. Epidemiology 2009; 20(1): 74-81. doi: 10.1097/EDE.0b013e3181878645. PubMed PMID: 18813025.
Kim SY, Sharma AJ, Sappenfield W, Wilson HG, Salihu HM. Association of maternal body mass index, excessive weight gain, and gestational diabetes mellitus with large-for-gestational-age births. Obstet Gynecol 2014; 123(4): 737-44. doi: 10.1097/AOG.0000000000000177. PubMed PMID: 24785599.
Blumenshine P, Egerter S, Barclay CJ, Cubbin C, Braveman PA. Socioeconomic disparities in adverse birth outcomes: a systematic review. Am J Prev Med 2010; 39(3): 263-72. doi: 10.1016/j.amepre.2010.05.012. PubMed PMID: 20709259.
Parker JD, Schoendorf KC, Kiely JL. Associations between measures of socioeconomic status and low birth weight, small for gestational age, and premature delivery in the United States. Ann Epidemiol 1994; 4(4): 271-8. doi: 10.1016/1047-2797(94)90082-5. PubMed PMID: 7921316.
Partridge S, Balayla J, Holcroft CA, Abenhaim HA. Inadequate prenatal care utilization and risks of infant mortality and poor birth outcome: a retrospective analysis of 28,729,765 U.S. deliveries over 8 years. Am J Perinatol.2012; 29(10): 787-93. doi: 10.1055/s-0032-1316439. PubMed PMID: 22836820.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ยโสธรเวชสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของยโสธรเวชสาร
