ผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะในการดูแลตนเองต่อความรู้และพฤติกรรม การดูแลตนเองกลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ที่มีอาการกำเริบเฉียบพลันซ้ำ ในแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
โปรแกรมการพัฒนาทักษะการดูแลตนเอง, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, พฤติกรรมการดูแลตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pretest - Post test Design) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะการดูแลตนเองต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) ที่มีอาการกำเริบเฉียบพลันซ้ำ โรงพยาบาลดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ ประกอบไปด้วย โปรแกรมการพัฒนาทักษะการดูแลตนเอง 6 สัปดาห์ เก็บข้อมูลวิจัยก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมิน COPD Assessment Test™ (CAT) แบบประเมินความรู้และพฤติกรรม วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบคะแนนความรู้ พฤติกรรม และคะแนนเฉลี่ย CAT ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมด้วยสถิติ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า หลังการได้รับโปรแกรมมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับดี (M = 8.58, SD = 0.94, t = -15.34, df = 32, p < 0.001) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น เป็นระดับดี (M = 51.27, SD = 2.95, t = 5.20, p < .001)) การฝึกปฏิบัติจริง ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพปอด สามารถควบคุมอาการหอบเหนื่อยและจัดการอาการเบื้องต้นได้ดี คะแนนเฉลี่ยอาการกำเริบเฉียบพลันซ้ำลดลง (M = 0.70, SD = 0.77, t = 6.12, df = 32, p < 0.001) ด้านผลกระทบของโรคต่อคุณภาพชีวิตจากการประเมิน CAT พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยลดลง (M = 2.30, SD = 2.08, t = 5.20, df = 32 , p < .001)
โปรแกรมการพัฒนาทักษะการดูแลตนเองระยะเวลา 6 สัปดาห์ ช่วยพัฒนาความสามารถในการปรับพฤติกรรมการดูแลตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของผู้ป่วย จึงเป็นแนวทางที่มีความเหมาะสม
ในการป้องกันการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันซ้ำ และช่วยลดผลกระทบจากโรคและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย COPD ในแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลดอยหล่อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
ธณิกานต์ ฉายอรุณ และพัชรินทร์ เยาว์ธานี. (2568). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อค่าสมรรถภาพปอดของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย, 1(3), 11–23.
ธีระพันธ์ โต้หนองแปน. (2566). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(1), 6–16. https://he04.tci-thaijo.org/index.php/AJNHS/article/view/152
ฐิติกร นาปัน. (2566). ความสัมพันธ์ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนกับอาการกำเริบเฉียบพลันของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารการยศาสตร์ไทย, 6(1), 52–64.
พรทิพย์ อุ่นจิตร, สุภาภรณ์ ด้วงแพง, เขมารดี มาสิงบุญ, อภิชาต ชิงนวรรณ. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมความสามารถในการจัดการภาวะหายใจลำบากเรื้อรังด้วยตนเองต่อผลลัพธ์การจัดการด้วยตนเองในผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 14(1).
ราเชนร์ สุโท, & สุนิดา ปรีชาวงษ์. (2566). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองแบบ 5A ต่ออาการหายใจลำบากและพฤติกรรมการจัดการอาการในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารพยาบาลศาสตร์, 41(2), 88–102
สราญรัตน์ ส่งข่าว, เขมารดี มาสิงบุญ, ชุติมา ฉันทมิตรโอภาส, และ ปณิชา พลพินิจ. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการป้องกันการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 17(4), 335-343.
สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2565). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565. ภาพพิมพ์.
สุรางค์รัตน์ สุรงคบพิตร, ปุลวิชช์ ทองแตง, จีรามัย สมตา. (2567). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองและการมีส่วนร่วมของครอบครัวในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี. (2560). แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง COPD : Chronic obstructive pulmonary disease). จังหวัดราชบุรี
โรงพยาบาลดอยหล่อ. (2564). แบบประเมินการเกิดอาการกำเริบซ้ำ. แผนกผู้ป่วยนอก รพ.ดอยหล่อ. อุทัยชนินทร์ จันทร์แก้ว, จิราพร เกศพิชญวัฒนา. ผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะโดยการให้ความรู้และสร้างแรงจูงใจต่ออาการหายใจลำบากของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1), 84–97
Agusti, A., & Vogelmeier, C. F. (2023). GOLD 2024: a brief overview of key changes. Jornal brasileiro de pneumologia; publicacao oficial da Sociedade Brasileira de Pneumologia e Tisilogia, 49(6), e20230369. https://doi.org/10.36416/1806- 3756/e20230369
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2024). Global strategy for the diagnosis, management, and prevention of chronic obstructive pulmonary disease. GOLD.
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2019). Global strategy for the iagnosis, management, and prevention of chronic obstructive pulmonary disease; 2019.
Miller WR. Rollnick S. (2013). Motivational interviewing: Help people change. 3rd ed. New York.
Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby.
Singkam, W., Sinnarong, N., Autchariyapanitkul, K., Sitthisuntikul, K., & Pongpiachan, S. (2024). Effects of PM2.5 and meteorological parameters on the incidence rates of chronic obstructive pulmonary disease (COPD) in the upper northern region of Thailand. National Institute of Development Administration. NIDA Research Article
World Health Organization. (2023). Chronic obstructive pulmonary disease (COPD). https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd).
Health Data Center. (2025). รายงานอัตราป่วยสูงเป็นอันกับหนึ่งของประเทศไทยในเขตภาคเหนือตอนบน. กระทรวงสาธารณสุข
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย
