ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจในพยาบาล ต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ผู้แต่ง

  • ภูเบตร พัฒนากร โรงพยาบาลซำสูง

คำสำคัญ:

การสนทนาสร้างแรงจูงใจ,ความรู้, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง,ผู้ป่วยเบาหวาน

บทคัดย่อ

การสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแลตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ การวิจัยครั้งนี้
ใช้รูปแบบวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental design) มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการในการพัฒนา
ศักยภาพพยาบาลเพื่อให้สามารถสนทนาสร้างแรงจูงใจ 2) พัฒนาศักยภาพพยาบาลให้สามารถสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจ 3) ศึกษา
ผลของการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ต่อความรู้ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง ในผู้ป่วยเบาหวาน และ 4)ค่า HbA1c และ
ค่า eGFR กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลเวชปฏิบัติ จำนวน 10 คน และผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการคลินิกพิเศษหน่วยงานผู้ป่วย
นอก จำนวน 100 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) แผนประชุมกลุ่ม 2) แบบประเมินความรู้ของพยาบาล 3) ประเมินความรู้และ
พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวาน 4) แบบบันทึกค่า HbA1c และค่า eGFRดำเนินการวิจัยเดือนกันยายน 2562 ถึง
เดือนมีนาคม 2565 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา, สถิติเชิงอนุมาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการศึกษาพบวา 1) พยาบาล ร้อยละ 100 ต้องการพัฒนาศักยภาพเพื่อการสนทนาสร้างแรงจูงใจ 2) คะแนนเฉลี่ยความรู้
เกี่ยวกับการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจสำหรับพยาบาลหลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
.01 และได้โปรแกรมสนทนาสร้างแรงจูงใจ 1 โปรแกรม 3) คะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหลังการ
สนทนาสร้างแรงจูงใจมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการสนทนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแล
สุขภาพตนเองหลังการสนทนาสร้างแรงจูงใจมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการสนทนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และ 4) ค่าเฉลี่ย
HbA1c หลังสิ้นสุดโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าก่อนการใช้โปรกแรมสนทนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01
ค่าแฉลี่ย eGFR หลังสิ้นสุดโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้โปรแกรมสนทนา อย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติที่ .01 และผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 100 มีความพึงพอใจในการสนทนาสร้างแรงจูงใจ

References

สกลสุภา อภิชัจบุญโชค, ธิดารัตน์ ทองหนุน.

การพยาบาลผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นโรคเบาหวาน.

อุบลราชธานี: อุบลกิจออฟเซทการพิมพ์; 2562.

Khan MAB, Hashim MJ, King JK,

Govender RD, Mustafa H, Al Kaabi J.

Epidemiology of Type 2 Diabetes–Global

Burden of Disease and Forecasted

Trends. J Epidemiol Glob Health 2020;

(1): 107–11. doi:

2991/jegh.k.191028.001. PubMed

PMID: 32175717.

Narayan KMV, Kondal D, Daya N, Gujral

UP, Mohan D, Patel SA, et al. Incidence

and pathophysiology of diabetes in

South Asian adults living in India and

Pakistan compared with US blacks and

whites. BMJ Open Diabetes Res Care

; 9(1): e001927. doi:

1136/bmjdrc-2020-001927. PubMed

PMID: 33771764.

Centers for Disease Control and Prevention

(CDC). National Diabetes Statistics Report,

[Internet].2020 [Cited 2021 Sep 20].

Available from:

https://www.cdc.gov/diabetes/pdfs/data/s

tatistics/national-diabetes-statisticsreport.pdf

นลิน จรุงธนะกิจ. ผลระดับน้ำตาลในเลือดของ

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการตามแนว

ทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษ (โค

วิด-19) โรงพยาบาลไทรงาม. วารสารศูนย์

อนามัยที่ 9 2564; 15(36): 129–42.

ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลซำสูง. สถิติข้อมูล

โรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน ในคลินิก

พิเศษหน่วยงานผู้ป่วยนอก ปี พ.ศ. 2561, 2562

และ 2563. ขอนแก่น: โรงพยาบาลซำสูง;

ลักษณา พงษ์ภุมมา, ขวัญตา เพชรมณีโชติ,

เชษฐา แก้วพรม, เมทณี ระดาบุตร. ผลของ

โปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อ

ความรู้ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และ

ดัชนีมวลกายในวัยผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการ

เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิจัยทาง

วิทยาศาสตร์สุขภาพ 2563; 14(1): 21-31.

จันจิรา หินขาว, ขนิตฐา หาญประสิทธิ์คำ,

สุนทรี เจียรวิทยกิจ. ผลของโปรแกรมการ

จัดการตนเองร่วมกับการสัมภาษณ์เพื่อสร้าง

แรงจูงใจ เพื่อชะลอไตเสื่อมจากเบาหวานต่อ

พฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทาง

คลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีความเสื่อม

ของไตระยะที่ 3. วารสารวิทยาลัยพยาบาล

พระปกเกล้าจันทบุรี2562; 30(2): 185-202.

สกลสุภา อภิชัจบุญโชค. การพัฒนารูปแบบการ

จัดการเรียนรู้แบบกรณีศึกษาเพื่อพัฒนา

ความสามารถในการประเมินสภาพปัญหาการหายใจในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิดของ

นักศึกษาพยาบาล. วชิรเวชสาร 2558; 59 (3):

-34.

โยธิน แสวงดี, ฐณัฐ วงศ์สายเชื้อ. วิธีการและ

ขั้นตอนรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ.

วารสารวิธีวิทยาการวิจัย 2546; 16(3): 511-24.

ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต. Action Planning &

Work Prioritizing (เทคนิคการวางแผน

ปฏิบัติงาน และจัดลำดับความสำคัญของงาน)

[อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 25 พฤษภาคม

. เข้าถึงได้จาก:

http://www.thaitrainingzone.com

ฟาติน สะนิ. คู่มือการปฏิบัติงานเรื่องการ

ให้บริการฝึกอบรม. สำนักวิทยบริการและ

เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ยะลา; 2563.

นนทวัฒน์ สุขผล. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

[อินเทอร์เน็ต]. 2556 [เข้าถึงเมื่อ 25 พฤษภาคม

. เข้าถึงได้จาก:

http://www.sepo.go.th/assets/document

/file/1376554341_hr_2556.pptx

Miller WR, Rollnick S. Motivational

interviewing: Preparing people for change.

nd ed. New York: Guilford Press; 2002.

ปิยะ วงษ์ไทยเจริญ, จุฑามาศ แหนจอน,

สุรินทร์ สุทธิธาทิพย์. ผลการสัมภาษณ์เพื่อสร้าง

แรงจูงใจแบบกลุ่ม ต่อพฤติกรรมสุขภาพและ

ระดับคอเลสเตอรอล ของผู้ป่วยความดันโลหิต

สูง. วารสารราชพฤกษ์ 2558; 13(3); 91-102.

เผยแพร่แล้ว

2022-07-01