การศึกษาอุบัติการณ์การเกิดโรค ผลทางพยาธิและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ ของผู้ป่วยต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่ไม่ทราบสาเหตุของผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่แผนกหูคอจมูก โรงพยาบาลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

Incidence of Pathologic Lymph Node Results and Risk Factor of Carcinoma in the Patients who presented with Cervical Lymphadenopathy at Otolaryngology Department, in Warinchamrab Hospital

ผู้แต่ง

  • NONTAYA PHOOKPAN -

คำสำคัญ:

ภาวะต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต, การตรวจชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลือง, ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง, Cervical lymphadenopathy, Lymph node biopsy, Risk factors of malignancy, Cervical lymphadenopathy, Lymph node biopsy, Risk factors of malignancy

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

บทนำ: ภาวะต่อมน้ำเหลืองที่คอโตเป็นภาวะที่พบในตำแหน่งที่มองเห็นและสามารถคลำตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกพบได้ในทุกช่วงอายุและอาจเป็นอาการนำของหลายโรค จึงควรตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุซึ่งอาจเกิดจากภาวะการติดเชื้อ เนื้องอก มะเร็ง และโรคภูมิต้านตนเอง รวมถึงยาการรักษาที่ไม่ตรงจุด ดังนั้นการหาอุบัติการณ์การเกิดภาวะต่อมน้ำเหลืองที่คอโตปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองช่วยในการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วปลอดภัยขึ้น 

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอุบัติการณ์การเกิดภาวะต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ผลทางพยาธิวิทยาของผู้ป่วยต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่ไม่ทราบสาเหตุ และเพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง

รูปแบบและวิธีการศึกษา: ทำการวิจัยในผู้ป่วยต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่ไม่ทราบสาเหตุของโรงพยาบาลวารินชำราบ การวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังและไปข้างหน้า ซึ่งประกอบด้วยการศึกษาแบบย้อนหลัง (Retrospective descriptive study) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ร่วมกับการศึกษาแบบไปข้างหน้า (Prospective descriptive study) ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้วิจัยนำแบบบันทึกข้อมูลที่ได้เก็บข้อมูลมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลแล้วประมวลผลโดยแบ่งการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอนุมาน (Inferential statistic) ได้แก่ chi-square และ multiple logistic regression

ผลการศึกษา: ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่คอ จำนวน 560 ราย เป็นผู้ป่วยชาย 230 ราย ผู้ป่วยหญิง 330 ราย พบเป็นกลุ่มของ reactive lymph node 213 ราย (38%) (ชาย 70, หญิง 143), tuberculosis lymph node 140 ราย (25%) (ชาย 51, หญิง 89) กลุ่ม carcinoma 160 ราย (28.6%) (ชาย 102, หญิง 58) และกลุ่มเนื้อเยื่ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง 47 ราย (8.4%) (ชาย 7, หญิง 40)

สรุปผลการศึกษา: ผู้ป่วยต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่ไม่ทราบสาเหตุพบได้ทุกช่วงอายุเป็นอาการนำของโรคอื่น ๆ หลายโรค พบว่าผู้ป่วยช่วงอายุ 11-30 ปี เป็นกลุ่ม reactive lymphoid hyperplasia มากที่สุด, อายุ 31-50 ปี พบเป็น caseous granulomatous มากที่สุด ผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 60 ปีพบเป็นกลุ่ม lymphoma, metastasis carcinoma neck node มากที่สุด และปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งอาจมีความสัมพันธ์กับผู้ชาย, อายุมากกว่า 40 ปี, ขนาดก้อนที่มากกว่า 2 เซนติเมตร และถ้าต่อมน้ำเหลืองโตที่ตำแหน่ง supraclavicular มีโอกาสเกิดมะเร็งมากถึงร้อยละ 3.2 จึงมีความสำคัญควรรีบตัดชิ้นเนื้อตรวจโดยเร็ว ส่วนตำแหน่ง neck, supraclavicular และsubmental ผลทางพยาธิเป็น caseous granulomatous ได้เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้จะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการให้ข้อมูลและวางแผนการรักษาเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องรวดเร็วและแม่นยำเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ป่วยทุกราย

คำสำคัญ: ภาวะต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต, การตรวจชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลือง, ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

Özkan EA, Göret CC, Özdemir ZT, Yanık S, Göret NE, Doğan M, et al. Evaluation of peripheral lymphadenopathy with excisional biopsy: six-year experience. Int J Clin Exp Pathol 2015; 8(11): 15234-9. PubMed PMID: 26823872.

Franzen A, Günzel T, Buchali A, Coordes A. Etiologic and differential diagnosis significance of tumor location in the supraclavicular fossa. Laeyngoscope 2018; 128(3): 646-50. doi: 10.1002/lary.26775. PubMed PMID: 28727141.

Mohseni S, Shojaiefard A, Khorgami Z, Alinejad S, Ghorbani A, Ghafouri A. Peripheral lymphadenopathy: approach and diagnostic tools. Iran J Med Sci 2014; 39(2suppl): 158-70. PubMed PMID: 24753638.

Gaddy HL, Riegel AM. Unexplained Lymphadenopathy: evaluation and differential Diagnosis. Am Fam Physician 2016; 94(11): 896-903. PubMed PMID: 27929264.

Farndon S, Behjati S, Jonas N, Messahel B. How to use… lymph node biopsy in paediatrics. Arch Dis Child Edu Pract Ed 2017; 102(5): 244-8. doi: 10.1136/archdischild-2015-309634. PubMed PMID: 28468821.

Locke R, Comfort R, Kubba H. When dues an enlarged cervical lymph node in a child need excision. Int J Peadiatr Otorhinolaryngol 2014; 78(3): 393-401. doi: 10.1016/j.ijporl.2013.12.011. PubMed PMID: 24447684.

Rajasekaran K, Krakoviz P. Enlarged neck lymph nodes in children. Pediatr Cli North Am 2013; 60(4): 923-36. doi: 10.1016/j.pcl.2013.04.005. PubMed PMID: 23905828.

Rosenberg TL, Nolder AR. Pediatric cervical lymphadenopathy. Otolyngol Clin North Am 2014; 47(5): 721-31. doi: 10.1016/j.otc.2014.06.012. PubMed PMID: 25213279.

Bozlak S, Varkal MA, Yildiz I, Toprak S, Karaman S, Erol OB, et al. Cervical lymphadenopathies in children: A prospective clinical cohort study. Int J Pediatr Otorhinolaryngol 2016; 82: 81-7. doi: 10.1016/j.ijporl.2016.01.002. PubMed PMID: 26857321.

Ingolfsdottir M, Belle V, Hahn CH. Evaluation of cervical lymphadenopathy in children: advantages and drawbaks of diagnostic methods. Dan Med J 2013; 60(8): A4667. PubMed PMID: 23905561.

Reddy DL, Venter WD, Pather S. Patterns of Lymph node pathology; Fine needle aspiration biopsy as an evaluation Tool for Lymphadenopathy: A retrospective Descriptive Study Conducted at the Largest Hospital in Africa. PLoS One 2015; 10(6): e0130148. doi: 10.1371/journal.pone.0130148. PubMed PMID: 26091519.

Naz E, Mirza T, Aziz S, Danish F, Siddiqui ST, Ali A. Frequency and clinicopathologic correlation of different types of non Hodgkin’s lymphoma according to WHO classification. J Pak Med Assoc 2011; 61(3): 260-3. PubMed PMID: 21465941.

พรปณิธาน สมเจริญวัฒนา. การศึกษาผลทางพยาธิของผู้ป่วยต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่ไม่ทราบสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่แผนกหู คอ จมูก โรงพยาบาลพัทลุง. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 ตุลาคม-ธันวาคม 2561; 32(4): 1407-1418.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-03

รูปแบบการอ้างอิง

PHOOKPAN, N. (2026). การศึกษาอุบัติการณ์การเกิดโรค ผลทางพยาธิและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ ของผู้ป่วยต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่ไม่ทราบสาเหตุของผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่แผนกหูคอจมูก โรงพยาบาลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี: Incidence of Pathologic Lymph Node Results and Risk Factor of Carcinoma in the Patients who presented with Cervical Lymphadenopathy at Otolaryngology Department, in Warinchamrab Hospital. ยโสธรเวชสาร, 28(2), 2824536. สืบค้น จาก https://he04.tci-thaijo.org/index.php/hciyasohos/article/view/4536

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ