E,Effectiveness Effectiveness of Drug Receiving System Development at Drugstore, Yasothon Hospital
คำสำคัญ:
ระบบรับยาที่ร้า, ประสิทธิผลการให้บริการ,ความปลอดภัยทางยา,ความพึงพอใจ, โรคเรื้อรัง, ระบบรับยาที่ร้านยา, มาตรฐานการปฏิบัติทางเภสัชกรรมที่ดี (GPP), ประสิทธิผลการให้บริการ, ความปลอดภัยทางยา, ความพึงพอใจ, โรคเรื้อรังบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
ที่มาและความสำคัญ: จากการวิเคราะห์พบช่องว่างของระบบบริการด้านยามีการกระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกจำกัด ขณะที่ร้านยาชุมชนที่ผ่านมาตรฐาน Good Pharmacy Practice (GPP) ยังไม่ได้รับการใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ การพัฒนาระบบรับยาที่ร้านยา GPP จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มช่องทางการรับยาให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ลดความแออัดการรอรับยาและยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้าน
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังการดำเนินงานในด้านการเข้าถึงบริการ ลดระยะเวลารอคอย ความคลาดเคลื่อนทางยาและความพึงพอใจ
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน พ.ศ. 2568 เปรียบเทียบข้อมูลก่อนการพัฒนา (พ.ศ. 2567) และหลังการพัฒนา (พ.ศ. 2568) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 5 กลุ่มโรค จำนวน 104 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 40 ราย เก็บข้อมูลด้วยแบบแบบสอบถามความพึงพอใจวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานสำหรับการลดระยะเวลารอคอย ความคลาดเคลื่อนทางยา นัยสำคัญที่ p < 0.05
ผลการวิจัย: หลังการพัฒนาระบบ จำนวนผู้ป่วยที่รับยาที่ร้านยาเพิ่มขึ้นจาก 52 ราย เป็น 104 ราย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 100, p < 0.05) จำนวนร้านยาที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นจาก 5 แห่ง เป็น 18 แห่ง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 360, p = 0.01) ไม่พบความคลาดเคลื่อนทางยาในทุกขั้นตอน ระยะเวลารอคอยรับยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 50.25±2.26 นาที เหลือ 44.47±1.53 นาที ลดลงเฉลี่ย 5.78 นาที (ร้อยละ 11.5, p = 0.03) และบุคลากรมีความพึงพอใจต่อระบบในระดับมากถึงมากที่สุด
สรุป: การพัฒนาระบบรับยาที่ร้านยา สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดระยะเวลารอคอย ไม่พบความคลาดเคลื่อนทางยาสนับสนุนบทบาทเภสัชกรชุมชนและการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ สามารถใช้เป็นต้นแบบและพัฒนาระบบ Digital Health ในอนาคต
คำสำคัญ: ระบบรับยาที่ร้านยา, มาตรฐานการปฏิบัติทางเภสัชกรรมที่ดี (GPP), ประสิทธิผลการให้บริการ, ความปลอดภัยทางยา, ความพึงพอใจ, โรคเรื้อรัง
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
ภาสกร อุ่นคำ, ศุภนิตย์ ปิ่นคำ. ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมเสี่ยงโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อําเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี กรกฎาคม-ธันวาคม 2567; 12(2): 53–69.
Cu A, Meister S, Lefebvre B, Ridde V. Assessing healthcare access using the Levesque's conceptual framework- a scoping review. Int J Equity Health 2021; 20(1): 116. doi: 10.1186/s12939-021-01416-3. PubMed PMID: 33962627.
สมจิตร์ ตั้งเสริมวงศ์. การพัฒนาระบบสารสนเทศ อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2555.
สภาเภสัชกรรม. การรับรองร้านยาคุณภาพตามมาตรฐานวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน ที่ 35/2564 [ประกาศ]. นนทบุรี: สำนักงานเลขาธิการสภาเภสัชกรรม; 29 มีนาคม 2564.
The Pharmacy Council of Thailand. Professional standards for pharmaceutical care in community pharmacy settings. Nontheburi: Office of the Pharmacy Council; 2020.
ประไพวรรณ ด่านประดิษฐ์, พูนสุข ช่วยทอง. ผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ผู้สูงอายุเบาหวาน. วชิรสารการพยาบาล มกราคม-มิถุนายน 2566; 25(1): 26-38.
นันทวรรณ กิติกรรณากรณ์, ปฐวี เดชชิต, สุภารัตน์ วัฒนสมบัติ, สรัญญา สุนันต๊ะ. การพัฒนาตัวชี้วัดประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในโครงการรับยาที่ร้านยาบริบทเครือข่ายโรงพยาบาลศูนย์แห่งหนึ่ง. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล พฤษภาคม-สิงหาคม 2566; 33(2): 154-70.
Batson S, Herranz A, Rohrbach N, Canobbio M, Mitchell SA, Bonnabry P. Automation of in-hospital pharmacy dispensing: a systematic review. Eur J Hosp Pharm 2021; 28(2): 58-64. doi: 10.1136/ejhpharm-2019-002081. PubMed PMID: 32434785.
ณินญาภร ใจยอด, อนุกูล มะโนทน. ประสิทธิผลการประยุกต์แนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดภาวะโรคอ้วนของบุคลากรโรงพยาบาลสุโขทัย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน มกราคม-มีนาคม 2566; 9(1): 54–68.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. แนวทางการดำเนินงานสุขภาพภาคประชาชน ปีงบประมาณ 2564. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2564.
Andersen R. A behavioral model of families’ use of health services. Research Series No. 25. Chicago: University of Chicago; 1968.
สิริพร วงศ์ธนู, แสวง วัชระธนกิจ, พีรวัฒน์ จินาทองไทย. ประสิทธิผลการพัฒนาระบบรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาในโรงพยาบาลขนาดกลาง. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล พฤษภาคม-สิงหาคม 2566; 33(2): 186-96.
Alam S, Osama M, Iqbal F, Sawar I. Reducing pharmacy patient waiting time. Int J Health Care Qual Assur 2018; 31(7): 834-44. doi: 10.1108/IJHCQA-08-2017-0144. PubMed PMID: 30354876.
Pizetta B, Raggi LG, Rocha KSS, Cerqueira-Santos S, de Lyra-Jr DP, Dos Santos Júnior GA. Does drug dispensing improve the health outcomes of patients attending community pharmacies? A systematic review. BMC Health Serv Res 2021; 21(1): 764. doi: 10.1186/s12913-021-06770-0. PubMed PMID: 34340700.
Levesque JF, Harris MF, Russell G. Patient-centred access to health care: conceptualising access at the interface of health systems and populations. Int J Equity Health 2013; 12: 18. doi: 10.1186/1475-9276-12-18. PubMed PMID: 23496984.
Sterman JD. Business dynamics: systems thinking and modeling for a complex world. Boston: Irwin/McGraw-Hill; 2000.
มนทยา สุนันทิวัฒน์, สมหญิง พุ่มทอง, เทพนคร แสนเขื่อน, สุมัทนา สังซา, พัชรี ดวงจันทร์. การสำรวจงานบริบาลทางเภสัชกรรมในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล มกราคม-เมษายน 2566; 33(1): 1–18.
World Health Organization. Patient safety: Making health care safer. Geneva: WHO; 2017
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ยโสธรเวชสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของยโสธรเวชสาร
