การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังสุขภาพของโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงทางการเงินของหน่วยบริการ
Developing a Financial and Fiscal Management Model for Kham Khuen Kaew Hospital to Enhance Efficiency and Reduce Financial Risks in Healthcare Services Units
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการการเงินการคลังสุขภาพ, การบริหารคุณภาพเชิงรวม, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, ประสิทธิภาพทางการเงิน, โรงพยาบาลชุมชน, Hospital financial management, Healthcare finance, Total Quality Management , TQM, Action Research, Community hospitalบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของการใช้รูปแบบการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังสุขภาพของโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงทางการเงินของหน่วยบริการ
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Action Research) โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน พ.ศ. 2568 กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารและหัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องจำนวน 22 ท่าน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบประเมินประสิทธิภาพตามเกณฑ์ Total Performance Score V 3.0 (TPS V 3.0) และเครื่องมือเชิงคุณภาพตามแนวคิดเทคโนโลยีการมีส่วนร่วม (Technology of Participation: TOP Model) และกระบวนการ AIC (Appreciation-Influence-Control) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการศึกษา: รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 แผนงานหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มรายได้เชิงรุก 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร 3) การพัฒนาระบบสารสนเทศและการติดตามผล 4) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างแรงจูงใจ และ 5) การปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ หลังการใช้รูปแบบพบว่า รายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 124.45 ล้านบาท เป็น 160.64 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.09) ระยะเวลาหมุนเวียนคลังลดลงจาก 44.21 วัน เหลือ 38.35 วัน ระยะเวลาเรียกเก็บลูกหนี้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Universal Coverage Scheme: UC) เพิ่มขึ้นจาก 22.98 วัน เป็น 35.74 วัน (แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ≤60 วัน) ต้นทุนผู้ป่วยนอกลดลงจาก 1,011.71 บาท/ครั้ง เป็น 996.00 บาท/ครั้ง ต้นทุนผู้ป่วยในลดลงจาก 11,095.24 บาท/ครั้ง (มิถุนายน 2568) เป็น 11,388.44 บาท/ครั้ง (กันยายน 2568) และคะแนน TPS ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ B (11 คะแนน) เป็นระดับ A (12 คะแนน) การประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารคุณภาพเชิงรวม (Total Quality Management: TQM) ร่วมกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการและกระบวนการมีส่วนร่วมสามารถพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาลได้อย่างเป็นระบบ
สรุป: รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีแนวโน้มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังของโรงพยาบาล และสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับหน่วยบริการที่มีบริบทใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการสร้างกำไรเนื่องจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายคงที่ในการรักษาพยาบาล ข้อเสนอแนะควรขยายผลรูปแบบไปยังโรงพยาบาลชุมชนที่มีบริบทคล้ายคลึงกัน และพัฒนางานวิจัยต่อยอดด้านเภสัชเศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว
คำสำคัญ: การบริหารจัดการการเงินการคลังสุขภาพ, การบริหารคุณภาพเชิงรวม, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, ประสิทธิภาพทางการเงิน, โรงพยาบาลชุมชน
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. ผลการดำเนินงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2567 (8 เดือน: 1 ตุลาคม 2566 - 31 พฤษภาคม 2567). กรุงเทพฯ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ; 2567.
มยุรี คนยัง. การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการเงินการคลังของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดอุดรธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ ตุลาคม-ธันวาคม 2567; 9(4): 292-302.
โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว. รายงานสถานการณ์ทางการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567. ยโสธร: โรงพยาบาล คำเขื่อนแก้ว; 2567.
ธิติมา ขาวสง่า, ยอดชาย สุวรรณวงษ์. รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะด้านการเงินการคลังเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณโครงการ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดสระบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ มกราคม-เมษายน 2563; 13(1): 512-22.
ชญาภา อุปดิษฐ์, อัญชลีพร วุฒิเป๊ก. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง หน่วยบริการในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ตามเกณฑ์ประเมินประสิทธิภาพ ด้านการเงินการคลัง (Total Performance Score : TPS) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน พฤษภาคม-สิงหาคม 2566; 1(2): 71-82.
พรรณี เขาแก้ว. การพัฒนารูปแบบบริหารการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบบูรณาการกับงานอาชีพโดยใช้หลักการบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM). วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร กรกฎาคม-สิงหาคม 2565; 10(5): 2130–42.
Kemmis S, McTaggart R, Nixon R. The action research planner: Doing critical participatory action research. Singapore: Springer Science & Business Media; 2013.
วิรัตน์ ปานศิลา. เทคโนโลยีการมีส่วนร่วมแบบพหุภาคี (Technology of participation: TOP). มหาสารคาม: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2551.
Lynn MR. Determination and quantification of content validity. Nurs Res 1986; 35(6): 382-5. PubMed PMID: 3640358.
จอมศักดิ์ สุรกิจบวร, สุภัททา ปิณฑะแพทย์, ธีรวุฒิ บุณยโสภณ. การพัฒนารูปแบบการจัดการธุรกิจแบบองค์รวมในการให้บริการสุขภาพระบบสิทธิการรักษาพยาบาลภาครัฐของโรงพยาบาลในประเทศไทย. วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มกราคม-มีนาคม 2563; 30(1): 148-58.
มะลิณี แดนรักษ์. ประสิทธิภาพการบริหารจัดการการเงินการคลังของโรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร ปีงบประมาณ 2560-2564. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา ตุลาคม-ธันวาคม 2566; 8(4): 842-50.
จีระพร ลาสุดี, ยอดชาย สุวรรณวงษ์. การประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาลภาครัฐในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ มกราคม-เมษายน 2563; 13(1): 523-31
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ยโสธรเวชสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของยโสธรเวชสาร
